Showing posts with label Mythology. Show all posts
Showing posts with label Mythology. Show all posts

Aug 14, 2007

แห่งฟากฟ้า#005 ถ่ายเองนะเนี่ย ^^"

ไถ่โทษที่ลงตอนที่แล้วช้าครับ ^^"
(สนองตัณหานิดๆ ด้วยหละครับ)
เพื่อไม่ให้เสียเวลา (ที่จริงคิด Intro ไม่ออก)
ไปชมภาพกันได้เลยครับ



ดวงจันทร์
คราวนี้มาชมรูปเก่าๆ ที่เคยถ่ายไว้ดีกว่าครับ
ภาพแรก เป็นดวงจันทร์ขึ้น 7-8 ค่ำ (จำไม่ได้)
ถ่ายเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2548 (ถ้าจำไม่ผิด)
ถอดเลนส์กล้องออก แล้วติดกับกล้องดูดาว
กว่าจะถ่ายได้ก็ลำบากหน้าดู ^^"
เสียฟิล์มไป 10 ภาพ ได้ของดีมา 1 ภาพ
แต่ก็ถือว่าคุ้มมากๆ ครับ



กลุ่มดาวนายพราน
ถ่ายวันเดียวกันกับรูปดวงจันทร์ครับ
แต่คราวนี้ใช้เลนส์กล้องครับ ภาพเลยกว้าง
เวลาเปิดหน้ากล้องประมาณ 1 นาที
ก็ได้ภาพนี้มาหละครับ (หลบแสงจันทร์ด้วย)



กลุ่มดาวสุนัขใหญ่
หมาล่าเนื้อตัวโตของนายพรานโอไรออน
ดาวที่สว่างที่สุดคือดาวซีรีอัส (ตาสุนัข)
คนไทยเรียกว่าดาวดวงนี้ว่า ดาวโจรไงครับ
เพราะเวลาที่ดาวดวงนี้ขึ้น คนก็จะหลับสนิท
และโจรก็จะรู้ว่าถึงเวลาปฏิบัติการปล้นแล้ว!
(แต่คงนำหลักนี้มาใช้ในปัจจุบันไม่ได้ อิอิ)



กลุ่มดาวหมีใหญ่
คราวนี้ไม่ได้ถ่ายจากบนดอยเหมือนรูปก่อนๆ
เลยต้องหาตำแหน่งถ่ายนานหน่อยครับ ^^"
โดยภาพนี้ถ่ายลอดช่องระหว่างสายไฟครับ
เพราะว่าฟ้าสว่าง จึงต้องหาตัวชี้พิกัดครับ
ตำนานเล่าไว้ว่า เดิมทีหมีใหญ่นี้คือคาลิสโต
ภรรยาน้อยของมหาเทพซุส (อีกแล้ว!)
นางมีลูกชายเป็นนายพรานนามว่าอาร์คัส
เพราะว่าเทวีเฮราหึงหวง และสวยสู้ไม่ได้
จึงสาบให้นางคาลิสโตกลายเป็นหมี
วันหนึ่ง เมื่ออาร์คัสเข้าป่าตามปรกติ
ก็ได้พบกับแม่ของตนในร่างที่โดนสาป
ด้วยความไม่รู้ จึงหมายชีวิตแม่ของตน
มหาเทพซุสทนเห็นลูกฆ่าแม่ไม่ได้
จึงให้อาร์คัสกลายเป็นหมีตัวเล็ก
และจับหางทั้งคู่เหวี่ยงไปบนฟ้า
บรู้ม! กลายเป็นโกโก้ครั้นซ์... เอ้ย ม่ายช่าย
ก็กลายเป็นกลุ่มดาวหมีเล็กและหมีใหญ่ไป



กลุ่มดาวสิงโต
จำได้ว่าคืนนั้นกลุ่มดาวสิงโตอยู่กลางหัวพอดี
สิงโตตัวนี้คือ 1 ใน 12 ภาระกิจของเฮรากริส
(ที่เล่าไปแล้วในตอนที่ 2 ครับ)



ดาวพฤหัส
รูปนี้ตั้งใจจะโชว์ท้องฟ้าซะมากกว่าครับ ^^"
(ที่จริงถ่ายมาผิด แต่ออกมาพอใช้ ก็เลยโชว์ได้)



ดวงจันทร์ผี
เพราะว่าดวงจันทร์สว่างเกินไป
เลยเกิดการสะท้อนในระบบเลนส์ของกล้อง
ก็เลยมีดวงจันทร์ 2 ดวงซะงั้น - -"
(ตอนแรกคิดว่าดาวศุกร์ กว่าจะรู้ก็นานครับ)

หมดรูปแล้วครับ
คราวนี้เล่าแค่เรื่องเดียว น้อยไปหน่อยเนาะ ^^"
แล้วคราวหน้าจะพยายามเล่าให้เยอะกว่านี้ครับ
ขอบคุณที่ติดตามครับ~

Jun 10, 2007

แห่งฟากฟ้า#004 สุริยะรอบ 2

นานเลยว่าจะได้มาอัพ เฮ้อ...
ตารางงานชักจะแน่นเอี้ยดแล้ว T_T
มีหลายอย่างที่อยากอัพมากเลย
ทั้งภาษาญี่ปุ่นเอย รูปเอย ไดเอย
เฮ้อ...

ช่างมันเถอะครับ เวลาไม่มี แต่ผลงานมี
คราวนี้ยอมรับว่าเผามากๆ เลยครับ
(คราวหน้าก็อาจจะเผาอีก... ฮา)

โปรเจกต์นี้ผมตามเซฟเมื่อ 2 ปีก่อน
ตอนนั้นใช้ google ห่วยมากเลยครับ
กว่าจะได้รูปที่สนใจมา ก็กินเวลาโครต
พอดีวันนี้ใช้ google แล้วเจอพวกนี้
มันก็เลยกระตุ้นความจำขึ้นมา
เลยหารูปที่เก็บไว้ในเครื่องดู
โชคดีที่ไม่หายไปกับ HDD เก่าด้วย
เลยรู้วันที่เซฟมาอย่างแน่ชัดครับ ^^

เกี่ยวกับรูป เป็นรูปเทพเจ้าระบบสุริยะ
ซึ่งบทความต้นฉบับนั้น มีมานานแล้ว
ก็เลยมีดาวพลูโตอยู่ด้วยครับ
(ตอนนี้พลูโตไม่ใช่ดาวเคราะห์แล้ว)
ส่วนชื่อเทพทั้งหมด ใช้ชื่อโรมันครับ
(ตรงนี้ไม่ค่อนชอบใจเท่าไหร่นะเนี่ย)
เฮ้อ...

เอาหละ... เริ่มดูรูปกันดีกว่าครับ



Apollo



Mercury



Venus



Earth



Luna



Mars



Jupiter



Saturn



Uranus



Neptune



Pluto

สถานที่เซฟรูป...
http://www.wordsources.info/words-mod-planets.html
ขอบคุณมากๆ ครับ
(เอ้... ว่าแต่เค้าให้เซฟป่าวนั่น?)

ไปละครับ รีบนอน พรุ่งนี้ต้องเจอศึกหนัก
บายครับ ^^

May 5, 2007

แห่งฟากฟ้า#002 ราศีกับสาวสวย

กล่องภาพคราวนี้ เปิดกล่องกับราศีดีกว่า
ซึ่งก็เป็นราศีทางตะวันตก (อีกแล้ว)
ไว้ให้เจ้าของบล๊อกสนใจราศีไทยก่อนนะ แล้วจะมาเล่าให้ฟัง

ภาพทั้งหมดในคราวนี้ เอามาจากเว็บ บีบีซีประเทศอังกฤษ
ไม่ว่าท่านจะเต็มใจให้หรือไม่ให้ก็ตาม เราสูบมาแล้ว 555+

เท่าทีลองไปสำรวจดูกับเว็บ bbc ภาพชุดนี้จะไม่เหลือแล้ว
น่าเสียดายนิดๆ เนาะ T_T
แต่ในเว็บเค้าก็เปลี่ยนภาพเป็นแบบอื่นแทน ดูแล้วขรึมกว่าเดิม

แล้วจะเริ่มจากราศีไหนดีหละเนี่ย...




อึ่ม... เริ่มที่กลุ่มดาวแมงป่องดีกว่า
ที่เลือกเพราะเป็นกลุ่มดาวประจำเดือนเกิดของผมเอง อิอิ
(ใครจะเอาไปทำสเน่ห์หรือสาปแช่งก็จำไว้ดีๆ หละ)
ดาวที่สว่างที่สุดในกลุ่มนี้คือ แอนทาเรส (ดาวปาริชาติ)
อันว่าชื่อนั้นสำคัญไฉน ที่ดาวแอนทาเรสได้ชื่อนี้มาเพราะมีสีแดง
ถ้าถอดชื่อดาวเป็นภาษาละตินจะได้คำว่า แอนติ กับ อาเรส
ถึงตอนนี้มีใครจำได้ป่างเอ่ย... ว่าอาเรสคืออะไร ^^
แอนติ แปลว่า ปรปักษ์ ส่วนอาเรสเป็นชื่อของดาวอังคาร
รวมกันก็หมายความว่า เป็นคู่แข่งกับดาวอังคาร
เพราะว่ามีสีแดงเหมือนๆ กัน บวกกับสว่างพอๆ กันนั่นเอง
ส่วนตำนานนั้นมีอยู่ว่า แมงป่องตัวนี้คือตัวที่เทพอะโพลอน
ส่งไปฆ่านายพรานโอไรออน แต่เมื่อทั้งสองทำอะไรกันไม่ได้
โอไรออนก็หนีลงทะเลไป แมงป่องก็ไม่สามารถตามได้
แต่โอไรออนก็ถูกเทวีอาธีมิสเข้าใจผิดยิงธนูสังหารไป
เทพอะโพลอนจึงบันดาลให้แมงป่องไปเป็นกลุ่มดาวบนฟ้า
โดยทั้งกลุ่มดาวแมงป่องและโอไรออนต่างอยู่คนละขอบฟ้า
ทั้งคู่จึงไม่มีทางได้พบเจอและสู้กันอีก



ลำดับถัดมาเป็นกลุ่มดาวคนยิงธนู
ถึงแม้ในชื่อจะมีคำว่าคน แต่จริงๆ แล้วเขาเป็นเซนทอร์
ชาวเซนทอร์นั้นมีครึ่งตัวบนเป็นคน ส่วนครึ่งล่างเป็นม้า
เซนทอร์ที่ปรากฎบนท้องฟ้านั้น เป็นเซนทอร์ชื่อไซรอน
ไซรอนเป็นผู้ที่ฉลาดมาก และยังใช้ธนูเก่งอีกด้วย
และเป็นครูฝึกเทพหลายองค์ เช่น เฮรากลิส (เฮอร์คิวลิส)
ต่อมาไซรอนถูกธนูอาคมยิง และไม่สามารถรักษาตัวเองได้
ไซรอนจึงได้ละทิ้งความเป็นอมตะและกลายเป็นกลุ่มดาวไป



กลุ่มดาวมกร
เมื่อครั้งซุสยังเป็นทารกนั้น ได้แม่นมนามว่าอะมัลเทียเลี้ยงดู
ซึ่งนางอะมัลเทียนี้มีลักษณะเป็นแพะ อาศัยอยู่ที่เกาะครีต
ครั้งหนึ่งนางได้หนีงูยักษ์ลงน้ำ แต่นางไม่สามารถว่ายน้ำได้ดี
เทพซุสจึงบัลดาลให้นางมีครึ่งล่างเป็นปลา จึงเกิดเป็นมกรขึ้น
เมื่อนางตายลง เทพซุสก็ได้ให้นางไปเป็นหมู่ดาวบนฟ้าในที่สุด



กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ
ว่ากันว่าคนที่มาตักน้ำนั้นคือแกนนีมีด เจ้าชายแห่งทรอย
เนื่องจากความหล่อของเขา จึงถูกเทพซุสสั่งอินทรีมาลักพาตัว
แล้วก็เสวยความสุขกันอยู่บนสวรรค์ (เกย์ชิบ...)
แล้วแกนนีมีดก็ยังได้รับหน้าที่เป็นผู้สร้างแม่น้ำไนล์ด้วย
เทพซุสเห็นความดีความชอบจึงให้ไปอยู่เป็นกลุ่มดาวบนฟ้า



กลุ่มดาวปลา
เมื่อครั้งอีรอสยังเป็นเด็ก นางอะโฟรไดตีก็เลี้ยงดูเป็นอย่างดี
แต่ก็ไม่วายมียักษ์ไทฟอนมารังควาน ทั้งคู่จึงได้หนีลงน้ำ
โดยได้แปลงร่างเป็นปลา และนำเชือกมามัดไว้ที่หางทั้งสอง
เพื่อที่จะได้ไม่พลัดพรากจากกัน จากเหตุการณ์นี้
ทั้งคู่จึงถูกจำลองเหตุการณ์เป็นกลุ่มดาวบนฟากฟ้าไป



กลุ่มดาวแกะ
สำหรับนักดาราศาสตร์แล้ว กลุ่มดาวนี้มีความสำคัญพอสมควร
เพราะว่าเป็นกลุ่มที่กำหนดจุดพิกัดท้องฟ้าไว้อ้างอิง
จุดนั้นเรียกว่า จุดเวอร์นอลอิควินอกส์
พริกซัสและเฮลล์เป็นโอรสแห่งเทลซาลี ทั้งคู่ถูกแม่เลี้ยงแกล้ง
เทพซุสเกิดความเห็นใจ จึงส่งแกะไปช่วยพาทั้งคู่หนีออกมา
ทั้งคู่ซาบซึ้งในบุญคุณมาก จึงนำแกะตัวนี้ไปบูชายัญ!?!
หลังบูชายัญเสร็จ เทพซุสให้แกะตัวนี้ไปเป็นกลุ่มดาวบนฟ้า



กลุ่มดาววัว
เทพซุส (จอมเจ้าชู้) เกิดหลงรักยูโรปา แต่แม่ของนางคงไม่ยอม
จึงแปลงร่างเป็นวัวขาวไปปะปนในฝูงวัวที่ครอบครัวนางเลี้ยง
เมื่อยูโรงปาเห็นวัวขาว ก็เขาไปเล่นด้วย พอชินกันยูโรปาก็ขี่หลัง
เทพซุสในร่างวัวเห็นโอกาสเหมาะ จึงวิ่งพาตัวนางไปที่เกาะครีต
เนื่องจากน้ำลึก เทพซุสในร่างวัวจึงปรากฎขึ้นแค่ครึ่งตัวบน
เมื่อไปถึงเทพซุสก็คืนร่างเดิม และให้นางเป็นมเหสีแห่งเกาะครีต
แล้วก็ให้เหตุการณ์นี้ปรากฎบนฟ้า เป็นรูปวัวครึ่งตัวไป



กลุ่มดาวคนคู่
คาสเตอร์และพอลลักซ์เป็นฝาแฝดกัน โดยมีแม่คือนางลีดา
คาสเตอร์นั้น เป็นบุตรของท้าวทินดารูส กษัตริย์แห่งสปาร์ตา
ส่วนพอลลักซ์เป็นบุตรของมหาเทพซุส (ที่แอบมาปล่อยไข่ไว้)
เมื่อทั้งคู่เกิด เทพเฮอร์มิสก็พาไปฝากเผ่าเซนทอร์เลี้ยงดู
คาสเตอร์นั้นชำนานด้านการคุมม้า พอลลักซ์ชำนานเพลงมวย
ทั้งคู่ผจญภัยไปหลายๆ ที่ จนครั้งหนึ่งพบสาวสวยสองนาง
จึงได้ลักพาตัวไป แต่ก็มีคนตามมาชิงนางทั้งสองคืนเช่นกัน
เมื่อต่อสู้กันนั้น คาสเตอร์ถูกฆ่าตาย ส่วนพอลลักซ์เป็นอมตะ
เนื่องจากเป็นลูกของมหาเทพซุส พอลลักซ์เสียใจที่เสียพี่ไป
จึงวอนขอให้เทพซุสริดรอนความเป็นอมตะของตน
เทพซุสเห็นว่าทั้งคู่รักกันมาก จึงให้ไปเป็นดาวบนฟ้าในที่สุด



กลุ่มดาวปู
ปูตัวนี้เป็นลูกน้องลับๆ ของเทวีฮีรา มเหสีของเทพซุส
ถูกส่งมาเพื่อขัดขวางเฮรากลิส ในภาระกิจปราบงูยักษ์ไฮดรา
แต่ก็พลาดท่าโดนฆ่าตาย เทวีฮีราจึงได้ให้เป็นหมู่ดาวบนฟ้า



กลุ่มดาวสิงห์
ครั้งหนึ่งชาวกรีกลืมการบวงสรวงเทวีเซลินี เทวีแห่งดวงจันทร์
เทวีเซลินีโกรธมากจนส่งสีงโตจากฟากฟ้าลงมารังควานชาวกรีก
เฮรากลิสจึงได้รับคำสังให้ปราบสิงโตตัวนี้ (ภาระกิจปราบสิงโต)
เมื่อฆ่าได้แล้ว เทวีเซลินีจึงให้สิงโตกลับไปอยู่บนฟ้าเช่นเดิม
บนฟากฟ้านั้น สิงโตจึงวิ่งหนีเฮรากลิสอยู่ตลอดเวลาเรื่อยไป



กลุ่มดาวหญิงพรหมจารี
เทวีแอสเทรียเป็นบุตรีของมหาเทพซุสกับเทวีธีมิส
นางได้ลงมายังโลกเพราะหวังจะทำให้โลกสงบสุข ร่มเย็น
แต่เหตุการณ์กลับเป็นไปในทางตรงข้าม มีแต่การรบราฆ่าฟัน
เธอทนไม่ไหวที่โลกเป็นอย่างนี้ จึงหนีขึ้นไปเป็นหมู่ดาวบนฟ้า
และบดรวงข้าวหว่านทั่วฟ้า กลายเป็นดาวน้อยใหญ่ตั่งแต่นั้น



กลุ่มดาวคันชั่ง
คันชั่งนี้เป็นของเทวีธีมิส เทวีแห่งความยุติธรรม
คันชั่งเป็นตัวแทนแห่งความยุติธรรม และใช้วัดความยุติธรรม
ครั่งหนึ่งคันชั่งนี้เคยอยู่กับเทวีแอสเทรีย ลูกของนางมาก่อน


โอ้ย... กว่าจะเขียนเสร็จก็กินเวลาไปเยอะโข
ก็เลยไม่ค่อยได้ตรวจทานอะไรเท่าไหร่ ต้องขอโทษด้วยครับ
พบข้อผิดพลาดแจ้งมาได้เสมอเลยนะครับ ^^

ปิดกล่องรูปแต่เพียงเท่านี้ครับ พบกันใหม่คราวหน้าเน้อ~

May 3, 2007

แห่งฟากฟ้า#001 เทพเจ้าระบบสุริยะ

ชุดนี้เป็นรูปเกี่ยวกับเทพเจ้าและดวงดาวครับ
อิงตามเทพเจ้ากรีก-โรมันแล้ว เทพมันก็มีซะเยอะแยะจนจำได้ไม่หมด
(เจ้าของบล๊อกเป็นคนไทย แต่ดันรู้จักเทพฝั่งต.ต.ดีกว่าเทพฝั่งต.อ.)
เทพที่ถูกนำไปตั้งชื่อเป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะนั้น ก็มี 9 องค์
แล้วถ้านับรวมดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์อีก ก็จะเป็น 11 องค์

แต่ไหงผมถึงได้ทำมาแค่ 8 รูปหละ?
ก็เพราะว่า ดาวเคราะห์ที่คนสมัยโบราณเห็นบนฟ้ามีแค่ 5 ดวงเท่านั้น
รวมกับโลกที่เราอยู่อีก 1 และดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์อีก 2
ได้เป็น 8 รูป 8 องค์พอดี



เริ่มกันที่ดวงอาทิตย์
ได้เทพอะโพลอน (อะพอลโล) เป็นเทพประจำดาว
เทพอะโพลอนนี้ มีความสามารถในการเล่นพิณ ยิงธนู และความยุติธรรม
เทพอะโพลอนเป็นบุตรของมหาเทพซุสกับนางแลโตนา (เทพซุสเจ้าชู้)
เมื่อเกิดมาจากครรภ์ ก็ได้ฆ่างูไพธอน ซึ่งเป็นงูที่เทวีฮีราส่งมารังควานลง
นอกจากนี้ยังมีลักษณะสำคัญคือ ส่องแสงได้ จึงมีอีกชื่อนึงว่าฟีบัส



ถัดมาเป็นดาวพุธ
ได้เทพเฮอร์มิส (เมอร์คิวรี) เป็นเทพประจำดาว
เทพเฮอร์มิสเป็นเทพแห่งความเร็ว เป็นผู้ส่งสารจากสวรรค์ และเป็นขโมย
เป็นบุตรของเทพซุสกับนางไมอา (เทพซุสเจ้าชู้อีกแล้ว)
ครั้งหนึ่งเคยขโมยฝูงวัวของเทพอะโพลอน แล้วต้อนให้เดินถอยหลัง
เพื่อให้ผู้ตามหาวัวในภายหลัง เดินหาผิดทาง จนเทพซุสต้องมาไกล่เกลี่ย
เนื่องจากเป็นเทพแห่งความเร็ว สิ่งของต่างๆ จึงมีปีกติดอยู่ทั้งสิ้น



ดาวศุกร์
ได้เทวีอะโฟรไดตี (วีนัส) เป็นเทวีประจำดาว
เป็นเทวีที่สวยที่สุดก็ว่าได้ และยังป็นเทวีแห่งความรักด้วย
เทวีอะโพรไดตีเกิดขึ้นจากฟองทะเล ใกล้เกาะไซเธอรา
เทวีอะโฟรไดตีเป็นที่หมายปองของเหล่าเทพ รวมทั้งมหาเทพซุสด้วย
แต่เทวีอะโฟรไดตีไม่ได้มีใจให้ จึงถูกจับแต่งงานกับเทพฮีฟีทัส
แม้จะถูกจับแต่งงานแล้ว แต่เทวีอะโพรไดตีก็แอบเล่นชู้หลายครัง
ท้ายสุดก็ถูกแหเหล็กของฮีฟีทัสผู้เป็นสามี จับได้พร้อมกับชู้
และเทวีอะโพรไดตีก็มีบุตรที่เกิดกับเทพอาเรสคืออีรอส (คิวปิด) นั้นเอง



โลก
ได้พระแม่เกียอา (เทลลัส) เป็นพระแม่ประจำดาว
พระแม่เกียอานั้นเกิดขึ้นเองจากความว่างเปล่าในยุคเคออส
เชื่อกันว่าพระแม่เกียอาได้ให้กำเนิดอูรานอส บิดดาแห่งสรรพสิ่งขึ้น
และสืบทอดราชวงค์เรื่อยมาจนถึงยุคของเทพซุสในปัจจุบัน



ดวงจันทร์
ได้เทวีอาธีมิส (ไดอานา) เป็นเทวีประจำดาว
เทวีอะธีมิสเป็นเทวีแห่งการล่าสัตว์ และเทวีผู้ครองพรหมจารี
นอกจากนี้ เทวีอาเทมิสเป็นแฝดกับเทพอะโพลอนอีกด้วย
ตอนเกิดมาเทวีอาธีมิสรับรู้ถึงความเจ็บปวดของการคลอด
จึงขอเป็นเทวีผู้ครองพรหมจารี และออกไปเที่ยวเล่นตามราวป่า
แล้วก็พบชายหนุ่มรูปงาม นามโอไรออน ซึ่งเป็นนายพราน
แต่เนื่องจากเทพอะโพลอนพี่ชาย รู้ว่านางเป็นเทวีผู้ครองพรหมจารี
จึงไม่อาจให้ความรักระหว่างนางและโอไรออนก่อเกิดขึ้นได้
และออกอุบายให้เทวีอาธีมิสสังหารโอไรออน
เมื่อเทวีอาธีมิสสังหารโอไรออนด้วยความเข้าใจผิดแล้ว
เทวีอาธีมิสก็ได้เสกให้โอไรออนไปเป็นหมู่ดาวบนฟากฟ้า




ดาวอังคาร
ได้เทพอาเรส (มาร์ส) เป็นเทพประจำดาว
เป็นบุตรีของมหาเทพซุสกับเทวีฮีรา (ภรรยาหลวง)
แม้จะเป็นเทพแห่งสงครามเหมือนกัน แต่เทพอาเรสของชาวกรีกนั้น
มักถูกแต่งให้รบพ่ายแพ้ เพราะคนกรีกไม่ค่อยนิยมสงครามซักเท่าไหร่
แต่พอมาอยู่ที่โรมัน เทพมาร์สกลับกลายเป็นที่นับถือในทันที
เทพอาเรสเคยเล่นชู้กับเทวีอะโพรไดตี แต่ก็ถูกแหเหล็กจับไวได้
เทพอาเรสไม่มีชายาเป็นตัวตน แต่มีลูก 2 คนซึ่งเกิดกับนางอีริส
คือไดมอส (ความกลัว) และโพบอส (ความสยอง) นั้งเอง



ดาวพฤหัส
ได้เทพซุส (จูปิเตอร์) เป็นเทพประจำดาว
เทพซุสนั้นถือได้ว่าเป็นมหาเทพผู้ครองสวรรค์และแผ่นดิน
เป็นเทพผู้ปฏิวัติยึดอำนาจจากเทพโครนัส ผู้เป็นบิดาของตน
และช่วยพี่ๆ ออกมาจากท้องของเทพโครนัสได้สำเร็จ
แล้วก็ตั้งตนเป็นมหาเทพ และแต่งงานกับเทวีฮีรา น้องของตน
เสร็จแล้วจึงให้โพไซดอนครองพื้นน้ำ และฮาเดสครองยมโลก



ปิดท้ายแล้ว.... ดาวเสาร์
ได้เทพโครนัส (แซทเทอร์น) เป็นเทพประจำดาว
เทพโครนัสเป็นบิดาแห่งมหาเทพรุ่นปัจจุบัน (ซุส โพไซดอน และฮาเดส)
แต่เนื่องจากเทพโครนัสไม่ต้องการให้อำนาจตกไปอยู่ในมือของลูกๆ
เมื่อลูกๆ เกิดมา เทพโครนัสจึงได้จับกลืนลงท้องไปสิ้น
ยกเว้นแต่ซุส ซึ่งถูกนางรีอาผู้เป็นแม่นำไปซ่อนไว้ แล้วเอาหินให้กลืนแทน
เมื่อเวลาผ่านไป เทพโครนัสก็ถูกเทพซุส ลูกของตนโค่นอำนาจลง

เฮ้อ... ว่าจะเขียนยาวๆ แล้ว แต่ไม่ไหวแฮะ
ขอย่อประวัติของเทพมาสั้นๆ พอดีกว่าเนาะ
ถ้ายังอยากรู้มากขึ้นต้องหาอ่านเองแล้วหละ ^^

อ๋อ... ภาพดวงจันทร์นั้นถ่ายเองนะ เมื่อ 17 มีนาคม 2005
ฟิล์ม 400 ถ่ายผ่านกล้องดูดาวหักเหแสงยุพา 150 กระจกหลัก 6 นิ้ว
เปิดหน้ากล้องประมาณ 1/32 วินาที (ถ้าจำไม่ผิด แต่ค่อนข้างเร็ว)

ส่วนรูปอื่นๆ หามาจาก google (จำไม่ได้แล้วว่าไปเอามาจากไหนมั่ง)

เปิดกล่องรูปคราวนี้ก็หมดเท่านี้ละครับ แล้วไว้เจอกันคราวหน้านะครับ~