Showing posts with label Experimental. Show all posts
Showing posts with label Experimental. Show all posts

Jul 1, 2010

เรื่องสั้นแนวลองทด ความอุดมสมบูรณ์ครั้งที่หนึ่ง

หมายเหตุ: สามารถนำโครงเรื่องไปใช้ต่อได้ตามสะดวกนะครับ

Story:
ปัจจุบันโลกอินเตอร์เน็ตกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
โลกเทคโนโลยีกำลังก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง
แต่มนุษย์ก็กำลังขาดแคลนทรัพยากรขึ้นทุกที

ทางแก้นั้นมีหลายวิธี ไม่ว่าจะใช้สิ่งทดแทน
หรือสรรหาวิธีสร้างสังเคราะห์ทรัพยากรขึ้นมาใหม่
และทางออกนึงที่ฟังดูเหลวไหลแต่เป็นไปได้คือ
การเปลี่ยนมนุษย์เป็นข้อมูลซะ

มนุษย์จะเปลี่ยนไปตลอดกาล
แม้ช่วงแรกเราอาจเป็นเหมือน The Matrix
แต่วิวัฒนาการจะเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิด
เราเปลี่ยนรูปร่างของกายจำลอง
ตัดทอนสิ่งที่ไม่สำคัญออกไป

มนุษย์อาจมีชีวิตเป็นอมฤทธิ์ได้
แต่ไม่ช้านานเราจะเลือก "การตาย" เอง
การสืบพันธ์จะเปลี่ยนรูปแบบไป
ไม่ใช่สองเพื่อหนึ่ง แต่อาจเป็นหนึ่งเพื่อหนึ่ง
หรือหลายเพื่อหนึ่งก็ได้

ท้ายสุดนั้น จำนวนมนุษย์จะลดลง
เหลือไม่มาก ไม่น้อยไป
คือหนึ่งเดียวหมายรวมทั้งหมด
และทั้งหมดนั้นแลคือหนึ่งเดียว

My Comment:
1. ถ้าเชื่อในทฤษฎีของฟรอยด์แล้ว บอกได้เลยว่า เขียนเรื่องนี้ด้วยแรงขับทางเพศล้วนๆ 555+
2. ที่เขียนงั้นเพราะเห็นเดี๋ยวนี้มันมั่วเพศกันจังเลย ขนาดแค่ในความคิดก็ไม่เว้น อยากมีคู่ครองเยอะๆ ซะอย่างนั้น - -"
3. แต่จริงๆ แล้ว มันก็เป็นธรรมชาติของสัตว์นี่หน่า มีการต่อสู้แย่งชิงคู่ครองกันเป็นเรื่องปรกติ แถมยังแสดงให้เห็นว่าใครมีมากหมายถึงเก่งอีก
4. เลยคิดว่า จริงๆ แล้วธรรมชาติอาจอยากให้มีการสืบพันธุ์แบบหลายเพื่อหนึ่งได้ แต่วิศวกรรมทางธรรมชาติไม่เอื้ออำนวย เลยยังจำกัดแค่เป็นคู่ๆ เทานั้น
5. เลยลองสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าจะเป็นไปได้สำหรับการนี้ดู ...ในโลกที่เราเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
6. ตอนจบนี้ยืม Starcraft มาหน่อย เหมือนอย่างที่ Protoss ทำ คือรวมดวงจิตทุกหน่วยเป็นหนึ่งเดียวกัน คือเผ่าพันธุ์แห่ง Protoss ทั้งหมด

อธิบายชื่อตอน "ความอุดมสมบูรณ์ครั้งที่หนึ่ง"
รอร้อรอว่าเมื่อไหร่จะมีไอเดยเขียนได้ถึงตอนที่ 6 นี้ซักที
เพราะในบรรดาจำนวนเลขโดดทั้งหมด ผมชอบเลข 6 มากๆ
เนื่องจากเลข 6 นั้น เป็นจำนวนสมบูรณ์ตัวแรกครับ

จำนวนสมบูรณ์คือ จำนวนเต็มที่ผลรวมของตัวหารแท้เท่ากับตัวมันเอง
จึงเห็นได้ว่า ตัวหารแท้ของ 6 คือ 1,2,3 และ 1+2+3 = 6
ดังนั้น 6 จึงเป็นจำนวนสมบูรณ์ครับ ^^

Jun 13, 2010

เรื่องสั้นแนวลองทด คอมพลีทกราฟ n ที่มีเส้นเป็น 2n

หมายเหตุ: สามารถนำโครงเรื่องไปใช้ต่อได้ตามสะดวกนะครับ

Story:
หลายพันปีที่แล้ว เราอาจรู้จักการปลูกข้าว เพื่อให้ดำรงชีวิตได้สะดวกขึ้น
หลายร้อยปีที่แล้ว เราอาจรู้จักการปลูกฝี เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานโรคให้ดีขึ้น
หลายสิบปีที่แล้ว เราอาจรู้จักการปลูกถ่าย เพื่อดูแลชีวิตให้ยืนยาวยิ่งขึ้น
และในตอนนี้ เราอาจติดเกมปลูกผัก ซึ่งทำให้เรารู้จักเพื่อนมากยิ่งขึ้น (เหรอ?)

แต่สำหรับในอนาคต จะมีการปลูกฝังความคิดขึ้นในสมองของเรา
ซึ่งต่างจากการปลูกฝังความคิดสมัยก่อน ที่ไม่สามารถวัดผลสำฤทธิ์ได้ดีนัก
โดยลักษณะของหน่วยความคิดที่ปลูกฝังนี้ จะเป็นหน่วยความคิดที่มีชีวิต
เป็นสิ่งมีชีวิตข้อมูลที่อาศัยอยู่ได้โดยไม่ต้องการกายหยาบ
เป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบในมุมมองของเรา

ในอนาคต รัฐบาลจะทำการปลูกฝังความคิดลงในสมองของเด็กเกิดใหม่ทุกคน
มันจะคอยทำหน้าที่ตรวจจับ ตักเตือน และรายงานพฤติกรรมต่างๆ ของเราไปยังรัฐ
นี่อาจดูเหมือนการเป็นเผด็จการ แต่แท้จริงแล้วนี่คือประชาธิปไตยเต็มขั้น
เพราะนี่คือการเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่เป็นไปได้

My Comment:
1. ในนิยายวิทยาศาสตร์หลายๆ เรื่องนั้น การจะสำรวจตรวจตราความรู้สึกนึกคิดของเราต้องใช้เครื่องมือจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ตรวจม่านตาเอย หัวใจเอย ...ทำไมไม่ฝังมันเข้าสมองไปเลยหละครับ?
2. แต่เรื่องสิ่งมีชีวิตข้อมูลนี้ก็เป็นเรื่องที่เข้าใได้ยากมาก และจนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีตัวอย่างดีๆ ซักเท่าไหร่ให้ดูกัน ถ้าจะเอาใกล้เคียงที่สุดก็คงเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์หละครับ
3. ทีนี้ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ถ้านักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาระบบการทำงานของสมองจนเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้ว เราก็อาจสร้างสิ่งมีชีวิตข้อมูลลงในสมองของเราก็ได้ ใครจะไปรู้
4. ในอนาคต โลกอาจจะสะอาดขึ้นจนเราลืมเรื่อง "ยาถ่ายพยาธิลำไส้" กันไปเลย แต่อาจมี "ยาถ่ายพยาธิสมอง" เข้ามาแทนก็ได้ครับ อึ้ย >.<

อธิบายชื่อตอน "คอมพลีทกราฟ n ที่มีเส้นเป็น 2n"
ในทฤษฎีกราฟ คอมพลีทกราฟคือกราฟที่มีเส้นเชื่อมครบทุกจุด
สามารถเขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ คือ Kn สำหรับ n = 1,2,3,...

เมื่อเราลองหา Kn ลำดับแรกๆ (อุปนัยเชิงคณิตศาสตร์)
จะพบว่า จำนวนเส้นของ Kn นั้นจะเท่ากับ n(n-1)/2
แทนค่า n(n-1)/2 = 2n แก้สมการ ได้คำตอบคือ n = 0,5
แต่เนื่องจาก n เป็นจำนวนเต็มบวก ดังนั้น n = 5 ครับ ^^

May 28, 2010

เรื่องสั้นแนวลองทด หลายวิธีสร้างโดยค่าของครึ่ง

หมายเหตุ: สามารถนำโครงเรื่องไปใช้ต่อได้ตามสะดวกนะครับ

Story:
กริ๊งงง... เสียงกริ่งดังขึ้นจากโต๊ะอาจารย์ นั่นหมายถึงการสอบได้เริ่มขึ้นแล้ว
เบื้องหน้านักเรียนแต่ละคน คือลูกแก้วทรงกลมลูกใหญ่ประมาณผู้จ้องมอง
บนผิวลูกแก้วแต่ละลูกนั้น ก็พลันถูกลากเส้นเป็นรูปร่างแปลกๆ แตกต่างกันไป
บ้างเป็นเส้นตรงยาวเหยียดวนรอบลูกแก้วทรงกลมนั้น
บ้างเป็นเส้นโค้งวกไปวนไปมาจวบจนจบจุดเริ่มต้น
และบ้างเป็นวงกลมวงรีที่สมมาตรสมบูรณ์

ผ่านไปไม่ถึงอึดใจ ก็มีเสียงกริ่งครั้งที่สองดังขึ้น นั่นหมายถึงหมดเวลาทำข้อสอบข้อแรก
พลันทันใดข้อสอบข้อที่สองก็ปรากฎ ลูกแก้วทรงกลมยักษ์ทั้งหลายนั้นก็เกิดแสงสว่างวาบ
แต่ใช่ว่าทุกแสงจะเหมือนกัน
บางแสงนั้นสว่างเจิดจ้ายิ่งกว่าใครเพื่อน แต่ก็ดับวูบลงในทันทีทันใด
ส่วนบางแสงนั้นกลับสงบนิ่ง แต่ก็ส่องแสงต่อไปอย่างเรื่องรอง
มีผู้สอบไม่ผ่านไปมากกว่าครึ่งแล้ว...

หลังจากการเฝ้าสังเกตลูกแก้วอย่างยาวนาน ก็เริ่มเกิดรูปร่างขึ้นภายใน
บ้างเป็นโครงร่างตาข่ายใหญ่ ถักทอภายในจากเม็ดทราย
บ้างเป็นทรงกลมอัดแน่นสว่างเรืองรอง แต่ไม่นานก็พลันยุบสลายหายไป
บ้างเป็นลำแท่งใหญ่สวยงาม แต่ปล่อยไว้ไม่นานก็กระจายหายลับตา
ผู้เข้าสอบถอดใจ หายไปมากกว่าที่คิด...

...เนิ่นนาน ไม่มีกริ่งที่สามสำหรับยุติการสอบ
เพราะจักรวาลที่เหลือรอดเป็นจักรวาลสุดท้ายเท่านั้นที่จะได้รับชัย

My Comment:
1. บางที ใครจะไปรู้ ว่าจักรวาลที่เราอาศัยอยู่นี้อาจเป็นเพียงข้อสอบของนักเรียนกลุ่มหนึ่งก็ได้
2. จักวาลมีมากมากหลากหลายเหลือคณานับ เพียงแค่เปลี่ยนเงือนไขเริ่มต้นเล็กน้อย ผลลัพท์ที่ได้นั้นย่อมแตกต่างกันมหาศาล
3. สุดท้ายไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราก็เป็นเพียงแค่หนูทดลองในจักรวาลที่กว้างใหญ่นี้เท่านั้น แต่เราก็อยากให้การทดลองนี้สำเร็จมิใช่หรือ

อธิบายชื่อตอน "หลายวิธีสร้างโดยค่าเพียงครึ่ง"
ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์พื้นฐานที่สุดคือ บวก +
เมื่อคณิตศาสตร์เจริญขึ้น เรารู้จักตัวดำเนินการต่อมาคือ คุณ x
จนกระทั่งได้มีการคำนวณเลขใหญ่ๆ เราจึงประดิษฐ์ ยกกำลัง ^

สมมติให้ค่าครึ่งหนึ่งของตัวเลขตอนนี้คือ n
จะได้ว่า n+n = nxn = n^n
เมื่อเราลองแก้สมการนี้ดูแล้ว จะพบว่า n = 2
ดังนั้น ค่าเต็มของตัวเลขตอนนี้คือ 4 ครับ ^^

Sep 21, 2008

อดีตที่ไม่มีวันหวนกลับ & อนาคตที่ไม่มีวันมาถึง

6 ตุลาคม 2546
พอมาถึงค่ายวันแรกก็โดนแกล้งเลย โดยพี่ๆ ให้แนะนำตัวกันตามปรกติ แล้วก็สุ่มผู้โชคดีออกไปพูดชื่อเพื่อนใหม่ 3 คน แหม... ถ้าโดนสุ่มไปคนแรกก็คงง่ายอยู่หรอก เพื่อนโรงเรียนเราเองก็ 4 คนแล้ว ยิ่งคนน่ารักๆ อีก 5-6 คนนั้นก็จำชื่อไม่ยาก แต่แจ๊คพ๊อตก็ลงเพราะโดนสุ่มเป็นคนสุดท้าย แถมเงื่อนไขที่ว่าห้ามซ้ำชื่อคนที่เคยบอกไป เฮ้ย แล้วมันจะเหลือใครให้ข้าพเจ้าพูดถึงหละ สุดท้ายก็หันไปมองแถวหลัง แล้วก็แก้ไขสถานการณ์ด้วยการบอกชื่อพี่ค่ายไป แหม รอดตัวอย่างหวุดหวิด

Sep 6, 2008

เรื่องสั้นแนวลองทด จำนวนเต็มระหว่าง e และ π

หมายเหตุ: สามารถนำโครงเรื่องไปใช้ต่อได้ตามสะดวกนะครับ

Story:
เครื่องย้อนเวลาได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นแล้ว แต่มันไม่ได้มีวิธีใช้อย่างในนิยายวิทยาศาสตร์ทั่วไป กล่าวคือ มีแต่เวลาเท่านั้นที่ย้อยกลับไป มวลสารพลังงานต่างๆ รวมไปถึงความรู้สึกนึกคิดจะไม่ถูกย้อนไปด้วย
แต่ถึงแม้จะไม่สามารถนำอะไรก็ตามไปพร้อมกับเวลาที่ย้อนกลับได้ ก็ไม่จำเป็นว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพราะเหตุการณ์ที่แปรเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยก็สามารถกระเทือนไปถึงระดับอภิมหายักษ์ได้
นักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างมันขึ้นมารู้ถึงข้อนี้ดี จนวันหนึ่ง ได้เกิดอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียระเบิดขึ้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากมาย รวมไปทั้งครอบครัวของเขาด้วย เขาจึงต้องการย้อนเวลากลับไป เผื่อว่า บางที อาจจะมีเหตุการณ์เล็กน้อยๆ ที่ไม่อาจคาดเดา มาช่วยทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปได้ ขึ้นอยู่กับว่า จักรวาลนี้ถูกกำหนดตายตัวไว้ตั้งแต่บิ๊กแบงแล้วหรือเปล่า?

My Comment:
1. ย่อหน้าสุดท้ายตัดทิ้งไปถ้าจะเอาแต่แนวคิดวิทยาศาสตร์เพียวๆ ซึ่งไอ่การย้อนเวลาแบบนี้มันไม่ได้ยากอะไรเลย ถ้าเรารู้จักกับเวลาในรูปแบบของมิติดีพอ มันก็จะเหมือนกับการเดินข้ามถนนนี่แหละ ปัญหามันอยู่ที่ว่า ย้อนแล้วได้อะไร ในเมื่อไม่สามารถจำอะไรที่เกิดขึ้นได้เลย นี่จึงไม่ใช่การย้อนเวลาแบบแฟนตาซีซะแล้วหละสิ
2. ถ้าอยากรู้ว่าอาการของคนที่ย้อนเวลาด้วยวิธีนี้เป็นอย่างไร (ไม่ต้องห่วง เดินเครื่องครั้งนึงก็เป็นกันทุกคนในจักรวาลนี้แน่ๆ) คือ ไปผ่าสมองออกมาดู แล้วทำให้ส่วนฮิปโปแคมปัสเจ๊งไป ทีนี้ หลังจากที่สมองส่วนนั้นพังแล้ว การบันทึกควมรู้ต่างๆ เพิ่มลงไปในความจำระยะยาวก็จะหยุดลง กลายเป็นคนอัลไซเมอร์ประมาณนั้น
3. ที่จริง เรื่องนี้ไม่ได้กะจะเขียนเป็นพล๊อตเรื่องสั้นเลย แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ จับมันยัดมั่วไปมั่วมายังไงก็ไม่รู้ กลายเป็นเรื่องสั้นเชอร์โนบิลไปซะได้ ^^" ...เอาเป็นว่า เรื่องสั้นตอนนี้อ่านจับใจความสองย่อหน้าแรกก็พอเนาะ

อธิบายชื่อตอน "จำนวนเต็มระหว่าง e และ π"
π คือค่าคงตัวทางคณิตศาสตร์ที่เรารู้จักกันมาตั้งแต่ประถม นิยามจากอัตราส่วนระหว่างความยาวรอบรูปวงกลมต่อเส้นผ่านศูนย์กลางของมันเอง มีค่าประมาณ 3.14159 26535 89793 23846...
e คือค่าคงตัวทางคณิตศาสตร์ที่พึ่งโผล่มาให้เรารู้จักกันตอนมัธยมปลาย เป็นเลขลอการิทึมฐานธรรมชาติ คือเอามันไปยกกำลังได้สะดวกสุด มีค่าประมาณ 2.71828 18284 59045 23536...
เลขจำนวนเต็ม... คงไม่ต้องอธิบายแล้วเนาะ ^^"

แอบบ่น: เซ็งจริงๆ คีย์บอร์ดดันอาการไม่ค่อยดี พิมพ์อักษรบางตัวไม่ค่อยได้ ทรมานมากมายดั่งเสียแขนขวาไปข้าง T_T

Aug 11, 2008

เรื่องสั้นแนวลองทด จำนวนเฉพาะตัวแรก

หมายเหตุ: สามารถนำโครงเรื่องไปใช้ต่อได้ตามสะดวกนะครับ

ให้ตายเถอะ... ทำไมแนวคิดดีๆ บ้าบอๆ มันถึงได้ชอบผุดขึ้นมาเหมือนดอกเห็ดในเวลาที่เราไม่ค่อยต้องการมันนักนะ? อย่างเรื่องนี้ก็คิดได้ตอนติวหนังสือเตรียมสอบซะงั้น กลายเป็นว่าอ่านหนังสือไม่เข้าหัวซะเลย T_T

Story:
ในโลกอนาคตอีก 3000 ปีข้างหน้า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้ก้าวหน้าไปมากจนเราสามารถเดินทางได้ใกล้ความเร็วแสงแล้ว แต่คำถามที่มีผู้คนสงสัยมากที่สุดว่า "ชีวิตเริ่มต้นอย่างไร" ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งจึงได้สร้างยานอวกาศขึ้นเพื่อเดินทางไปสำรวจดาวต่างๆ เผื่ออาจจะพบการกำเนิดของสิ่งมีชีวิต แต่หลังจากหาไปเป็นเวลานานก็ไม่พบซักที จึงได้ทำการทดลองที่ดาวดวงหนึ่งโดยเตรียมสภาพดาวดวงนั้นให้คล้ายโลกยุคแรกมากที่สุด เนื่องจากพวกเค้าไม่มีเวลาที่จะเฝ้าดูผลการทดลองที่ยาวนานเป็นพันล้านปีนี้ จึงได้ทำการย้ายดาวทดลองไปเรื่อยๆ จนเมื่อทดลองบนดาวเคราะห์หมดทั้งทางช้างเผือก พวกเค้าก็หันยานกลับไปหาที่ดาวต่างๆ ที่ได้ทำการทดลองไว้ เผื่อว่าจะหาดวงดาวที่เหมาะสมและให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตได้ซักวัน...

My Comment:
1. คิดไปคิดมา มันก็คล้ายๆ กับพล๊อตเรื่อง "คำถามสุดท้าย" ของไอแซค อสิมอฟเลยเนาะ ^^" เพียงแต่อันนี้เน้นไปที่กำเนิดของสิ่งมีชีวิตมากกว่าภาพกำเนิดของจักรวาลเท่านั้นเอง
2. อีกอย่างที่ไม่เหมือนเลยก็คือ เรื่องนี้ได้นำแนวคิด "ปริศนาฝาแฝดพิศวง" (Twin Paradox) มาใช้ โดยนักวิทยาศาตร์ที่เดินทางด้วยความเร่งนั้น นาฬิกาของพวกจะเดินช้ากว่านาฬิกาที่ไม่มีความเร่ง (พูดให้ง่ายคือแก่ช้าลง) จึงเสมือนว่าพวกเค้าสามารถเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของจักรวาลที่ยาวนานหลายล้านปีได้ครับ
3. พล๊อตแรกที่วางไว้จะเล่าประมาณว่า มนุษย์ต่างดาวเดินทางกลับมาพบมนุษย์โลก แล้วพวกเค้าก็เล่าเรื่องราวว่าเป็นผู้ที่ (ทดลอง) สร้างพวกเราขึ้นมาต่างหาก!
4. หลังจากที่ฉีกพล๊อตแรกทิ้งแล้วเลือกว่าจะให้เป็นมนุษย์เนี่ยแหละ ที่เป็นผู้ทำการทดลองสร้างสิ่งมีชีวิตเสียเอง ก็แต่งเพิ่มอีกว่าเกิดสงครามบนโลกผู้คนล้มตายไปเกือบหมด เหลือคนอยู่กลุ่มเล็กๆ พอที่จะบรรจุเข้ายานลำสองลำได้เท่านั้น แต่คิดไปคิดมาแล้วเดี๋ยวหนักหัว+มีประเด็นเยอะเกิน เลยตัดทอนออกให้เหลือแค่ใจความสำคัญเท่าที่เห็นนี่หละครับ

อธิบายชื่อตอน "จำนวนเฉพาะตัวแรก"
เลขจำนวนเฉพาะ ไม่ต้องอธิบายมากก็น่าจะเข้าใจตรงกันนะครับ ^^"
เอาหน่อยหรอ? กลัวว่าคนที่ไม่ได้เรียนคณิตมาจะอ่านไม่รู้เรื่องหรอ? เอ้า! ก็ได้ๆ อธิบายย่อๆ นะครับ
เลขจำนวนเฉพาะคือ เลขที่ไม่สามารถหารด้วยเลขจำนวนเต็มบวกอื่นใด นอกจากเลข 1 และตัวมันเองครับ เพราะฉะนั้น เลข 1 จึงไม่ใช่จำนวนเฉพาะ (แต่เมื่อร้อยปีก่อนก็มีการถกกันเรื่องเลข 1 คือจำนวนเฉพาะหรือไม่) ทำให้เลข 2 เป็นเลขตัวแรกของระบบจำนวนเฉพาะไปโดยปริยายเลยครับ

May 11, 2008

เรื่องสั้นแนวลองทด เอกลักษณ์การคูณ

หมายเหตุ: สามารถนำโครงเรื่องไปใช้ต่อได้ตามสะดวกนะครับ

วันก่อนผมไปร้านหนังสือหวังว่าจะหาอะไรมาอ่านเล่น แต่แล้วก็กลับหาไม่ได้ซักเล่มเลย สงสัยว่าช่วงนี้อิ่มตัวกับการอ่านอยู่มั้งครับ
เดินไปเดินมาก็เห็นหนังสือของคุณวินทร์เล่มนึงชื่อ "ยาแก้สมองผูกตราควายบิน" เลยลองพลิกๆ ดู จึงได้ข้อคิดว่า ถ้ายังไม่รู้จะอ่านอะไร ก็เขียนซะเองเลยสิ
ผมจึงค้นลิ้นชักความทรงจำของผมดูว่าเคยคิดเรื่องอะไรไว้บ้าง แล้วก็ "ทด" ลงมาไว้ให้อ่านกันครับ ถ้าถูกใจอันไหน จะหยิบไปแต่งต่อ/ดัดแปลง/เพิ่มรายละเอียดก็ไม่ว่ากันครับ
ขอให้มีความสุขกับการจินตนาารนะครับ ^^

Story:
พนักงานขายเปียโนไม่มีความสามารถทางดนตรีเลย แต่เขาก็แอบฝึกเล่นเปียโนทุกๆ วันเมื่อไม่มีลูกค้า จนวันหนึ่งตอนใกล้ปิดร้านซึ่งไม่น่ามีใครแล้ว เด็กคนหนึ่งได้ยินเสียงเปียโนที่เขาเล่น และได้สมัครตัวเป็นลูกศิษย์ แล้วทั้งคู่จึงได้เริ่มเรียนเปียโนไปด้วยกัน

My Comment:
1. เรื่องราวประเภทนี้ค่อนข้างเป็นสูตรสำเร็จพอสมควร คือเริ่มจากไม่เก่ง->มีการพัฒนา->เก่ง จึงควรหาจุดอื่นมาทดแทนความจำเจ เช่น มิติของตัวละคร
2. เนื่องจากเรื่องนี้เกียวกับดนตรี (ที่เลือกเปียโนเพราะดูแลรักษาง่ายสุด ลองคิดดูว่าถ้าเป็นเครื่องเป่าสิ) จึงควรให้ความสำคัญกับดนตรีมากๆ หน่อย อาจให้ดนตรีเป็นตัวเดินเรื่องเลยยิ่งดี
3. บางทีถ้าต้องการทิ้งสูตรสำเร็จจากข้อแรกที่ว่า "ไม่เก่ง->มีการพัฒนา->เก่ง" ก็อาจทำการสลับด้าน เช่น นักดนตรีระดับโลกเกษียญตัวเองแล้วเปิดร้านดนตรีในที่ห่างไกลผู้คนรบกวน แต่แล้วโรคความจำเสื่อมก็ทำให้เค้าเล่นเปียโนฝีมือตกลงทุกวัน เค้าจึงคิดจะถ่ายทอดความรู้แก่รุ่นถัดไปให้ได้มากที่สุด

อธิบายชื่อตอน "เอกลักษณ์การคูณ"
ทางคณิตศาสตร์ เอกลักษณ์คือ การที่สมาชิกในเซตกระทำกับตัวดำเนินการและตัวเอกลักษณ์แล้ว จะได้สมาชิกตัวเดิมในเซตนั้น และต้องมีสมบัติการสลับที่ด้วย แปลงเป็นสัญลักษณ์ได้คือ a*I = a = I*a (* คือตัวดำเนินการ และ I คือเอกลักษณ์)
สำหรับตัวดำเนินการที่เป็นการคูณ จะได้ว่า ax1 = a =1xa ซึ่งหมายความว่า 1 คือเอกลักษณ์การคูณนั่นเอง
อนึ่ง ผมตั้งชื่อตอนไปตามความสนใจทางคณิตศาตร์ จึงไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องแต่อย่างใดครับ :-P

Mar 23, 2008

กล่อง...ของขวัญ

หายหน้าหายตาไปนานแสนนาน
กลับมาเขียนใหม่ ก็ไม่ค่อยออก
เลยไปขุดเอาไอเดียเก่ามาลงครับ

งานนี้ผมเขียนไว้นานถึง 2 ปีแล้ว
ครั้งแรกที่มันปรากฎตัวขึ้นมานั้น
เป็นแค่ไอเดียเหลือๆ ที่ล้นออก
แล้วก็หยุดอยู่แค่ตรงนั้น

เมื่อปีก่อน ตอนผมค้นไอเดียเก่า
ก็ได้มีการเกลาไอเดียนี้จนสมบูรณ์
แต่ก็ไม่ได้ทำจริงซักที

มาถึงวันนี้ ที่ผมได้มองย้อนกลับไป
ไม่น่าเชื่อว่า ผมจะคิดไอเดียนี้ขึ้นได้
คงถึงเวลาลับคมสมองใหม่แล้วหละ

ก่อนเข้าเรื่องก็พล่ามซะยาวอีกตามเคย
เอาเป็นว่า ไปฟังเรื่องนั้นกันเลยดีกว่า
ชื่อเรื่องคือ "กล่อง...ของขวัญ"

"นี่คือกล่องของขวัญ
ของขวัญอยู่ภายในกล่อง
กระดาษห่ออยู่ภายนอกกล่อง
การ์ดใบนี้อยู่ภายนอกล่อง
การ์ดใบนี้ไม่ใช่ของขวัญ
หากแต่โลกทั้งใบต่างหาก
ที่เป็นของขวัญ
เพราะโลกทั้งใบอยู่ในกล่อง"

จะเอาไอเดียนี้ไปใช้ห่อของขวัญ
ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่มีตังค์
หรืออยากติดส์แตกก็ตามสบายครับ
ไม่คิดค่าลิขสิทธิ์อยู่แล้ว ^^

Aug 21, 2007

บ่น Anachronic เว็บ

อยากบ่นให้หายเครียด ขอให้การบ่นครั้งนี้
ทำให้อารมณ์ดีขึ้นซักนิดก็แล้วกัน

ไอ่ความสะดวกนี่หละ ตัวร้ายชั้นหนึ่ง
เพราะคนที่เคยสะดวกสบายมามาก
เวลาเจอปัญหาหนักๆ เข้าไปทีนึง
ก็หงายหลังไม่รู้จะทำอะไรต่อเลย

Jun 3, 2007

เมื่อ HDD ข้าพเจ้าพัง

ถ้าเทียบคอมพิวเตอร์ของข้าพเจ้ากับบ้านหลังหนึ่ง...

ในตอนแรกนั้น บ้านเราถูกสร้างขึ้นมาอย่างเรียบๆ แต่ก็สวยงามที่สุดเท่าที่จะทำได้
ซึ่งนั่นก็ทำให้เราหมดเงินไปเยอะโข
เพราะอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ ยังแพงอยู่
เราจ้างช่างมาก่อสร้างบ้านให้ ไม่ได้เลือกซื้อบ้านแบบสำเร็จรูปตามสมัยนิยม
แล้วก็ทำประกันภัยบ้านไว้สองปี

สิ่งที่เราได้มาคือ ที่ดิน 1 ผืนใหญ่ๆ มีที่ว่างพอจะให้วิ่งเล่นได้
บ้าน 1 หลัง ที่แบ่งเป็น 2 ส่วน
ส่วนหนึ่งเก็บอุปกรณ์ซ่อมบ้าน ของสวยงาม และงานของพ่อแม่
อีกส่วนเป็นห้องนั่งเล่น และเก็บงานจิตกรรมของข้าพเจ้า
และเราก็ได้สร้างโรงรถ และมีจักรยาน 2-3 คัน รถเก๋ง 1 คัน
เราอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ นี้อย่างสงบสุขเรื่อยมา

หลังจากนั้น เราพบว่าห้องนั่งเล่นทะลักไปด้วยงานศิลปะทั้งหลายแหล่
เราจึงไปหาพื้นที่แสดงผลงานศิลปะฟรี แล้วย้ายของข้าพเจ้าไปไว้ที่นั่น
แต่นั่นก็ไม่ทำให้ห้องนั่งเล่นมีความรกลดน้อยลงไปเลย

เราจึงสร้างบ้านอีกหลัง ซึ่งบ้านหลังใหม่นี้ ใหญ่กว่าเดิมมาก
แล้วพ่อก็บอกให้ผมย้ายข้าวของไปอยู่บ้านหลังใหม่ซะ

เนื่องจากบ้านใหม่ใหญ่มากๆ พ่อแบ่งบ้านเป็นสองส่วน
แล้วก็ให้เก็บงานของแม่ไว้ในอีกส่วนด้วยเลย

หลังจากนั้นอีกนานโข อุปกรณ์ก่อสร้าง และรถยนต์ถูกลงมาก
เราจึงสร้างโรงรถหลังใหม่เพิ่ม และหาซื้อรถกระบะคันใหญ่มาจอดจนได้

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คือบ้านใหม่เกิดไฟไหม้ขึ้นมาเสียได้
เราไม่สามารถขนของอกมาได้เลยแม้ซักชิ้นเดียว
ถึงแม้จะมีประกันภัย แต่ก็ได้แค่สินไหมทดแทนมาเท่านั้น
สิ่งของต่างๆ ที่เสียหายไปนั้น ไม่สามารถทดแทนด้วยเงินได้เลย
ในตอนแรกนั้น คอมพิวเตอร์ของเราถูกซื้อมาอย่างเรียบง่าย แต่ก็เกือบดีที่สุด
ซึ่งนั่นก็ทำให้เราหมดเงินไปเยอะโข
เพราะสมัยนั้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยังแพงอยู่
เราให้ช่างประกอบคอมให้ เพราะคอมประกอบนั้นถูกกว่า และดีกว่าคอมสำเร็จ
แล้วก็มีประกันแถมให้นิดหน่อยๆ

สิ่งที่เราได้มาคือ เมนบอร์ด 1 แผ่น ซึ่งยังมีที่ว่างอยู่มากมาย
ฮาร์ดดิกส์ 1 ตัว แบ่งเป็น 2 ไดร์ฟ
ไดร์ฟ C เก็บข้อมูลวินโดวส์ โปรแกรม และข้อมูลของพ่อแม่
ไดร์ฟ D เก็บข้อมูลเกม และข้อมูลต่างๆ ของข้าพเจ้า
และก็มีไดรฟ A กับ E มีฟลอปปี้ดิกส์อยู่มากมาย CD นิดหน่อย
เราใช้คอมเครื่องนี้อย่างดีเรื่อยมา

หลังจากนั้น เราพบว่า ไดร์ฟ D มีงาน 3D, งานออกแบบเว็บเต็มไปหมด
เราจึงหาอินเตอร์เน็ตมาต่อ แล้วเอาผลงานทั้งหลายไปฝากไว้บนพื้นที่ฟรี
แต่นั่นก็ไม่ทำให้ไดร์ฟ D มีที่ว่างเยอะขึ้นมากซักเท่าไหร่

เราจึงหา HDD อีกตัวมาติดเพิ่ม ซึ่งมีพื้นที่เยอะกว่าเดิมมาก
แล้วพ่อก็บอกให้ผมย้ายข้อมูลทั้งหมดไป HDD ใหม่ซะ

เนื่องจาก HDD ใหม่ใหญ่มาก พ่อจึงแบ่งเป็นไดร์ฟ F กับ G
เพื่อที่จะให้แม่ผมเก็บงานไว้ด้วยเลย

หลังจากนั้นอีกนานโข อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ถูกลงมามาก
เราจึงติดไดร์ฟ H ซึ่งไรท์ CD-DVD ได้ และมี Handy Drive ในที่สุด

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คือ HDD ใหม่เกิดพังขึ้นมาซะดื้อๆ
เราไม่สามรถกู้ข้อมูลใน HDD นี้ได้เลยแม้ซักนิดเดียว
ถึงแม้จะมีประกันไว้ แต่ก็ได้แค่เปลี่ยนของใหม่มาเท่านั้น
ข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญนั้น มันหาค่าไม่ได้เลย

เสียใจมั้ยครับ... ยอมรับว่าช๊อคเลยหละครับ
ใช้เวลาทำใจไปสองสามวัน แต่หลังจากนั้นผมก็รู้ถึงสัจธรรมได้หลายอย่างเลย
"สิ่งที่มีคุณค่าที่สุด ควรจะเก็บไว้ในใจของเราเอง"

"แม้สิ่งทั้งหลายจะสูญหายไป แต่แท้ที่จริงแล้ว ไม่มีสิ่งใดสูญหายเลย
ลองพิจรณาดู ก่อนที่จะมีสิ่งต่างๆ ได้ ก็มีความไม่มีขึ้นมาก่อน
เมื่อมีแล้วก็ไม่มี เมื่อไม่มีแล้วก็มี สลับกันไปเป็นวัฎจักร"

"ทุกคนต้องเคยล้มมาแล้วทั้งนั้น สิ่งสำคัญคือการลุกให้ไวที่สุด"

...ตอนนี้ผมทำใจได้แล้วหละครับ ^^
และจะขอสู้ต่อไป เพราะถึงยังไงๆ ผมก็ยังมีสมองอยู่หนิครับ

ปล.กด Ctrl + A หรือคลิกขวาแล้วเลือก Select All
ถ้าคุณอยากอ่านในภาษาคอมพิวเตอร์นะครับ