Showing posts with label Camp. Show all posts
Showing posts with label Camp. Show all posts

Mar 13, 2009

ค่ายโอวันที่สี่ เตรียมตัวก่อนสอบ

แล้ววันนี้ก็ตื่นสายจนได้ ยังดีที่ไม่เลยเที่ยงแฮะ
หลังจากทำโน่นนี่นิดหน่อยพร้อมกินข้าวเช้าแล้วก็ไปค่าย

วันนี้ไปถึงค่ายเร็วที่สุดเลย คือบ่ายโมงตรงเป๊ะ
นั่งฟังอาจารย์+ดูน้องไปได้หน่อยนึงแล้วก็หลับ >.<
แต่ก็หลับไม่ลงหรอก รู้แต่ว่าอยากฟุ๊บหน้าลงกับโต๊ะแค่นั้น

พอตื่นขึ้นมาอีกที อึ่ม... เกมที่พี่ภูเล่นอยู่น่าสนใจดีแฮะ
ประจวบเหมาะกับที่พี่ฟลุ๊กรู้ว่าเกรดออกแล้ว เลยชวนพี่ภูไปดู
เราก็ไม่รอช้า รีบเสนอหน้าเล่นเกมต่อให้ทันที่ ^^

...เล่นเพลินจนลืมกินเบรกไปเลย - -"

แล้วก็รู้สึกอยากดูเกรดมั่ง เลยลงไปข้างล่างหาเน็ตต่อ
ยังไม่ทันถึงไหน ใต้ตึกมีเพื่อนๆ รุมโน้ตบุกส์กันเต็มเลย
เราก็ขอแทรกเข้าไปดูเกรดมั่ง
ก็ถือว่ายอมรับได้มั้ง ไม่ได้สวยหรูมาก แต่ก็ไม่แย่จนรับไม่ได้
อีกอย่าง ถ้าเทียบกับเวลาอ่านหนังสือแล้ว ได้ขนาดนี้เลยหรอ

ข้าวเย็นเป็นต้มจืดกับลาบหมู เผ็ดอีกแล้ว แต่ก็กินได้ อร่อยดี
ดึกวันนี้สอนน้องทำกล้องแบบเดียวกับที่ผ่านมา 2 วันก่อน
ม.ต้นสงสัยต้องให้เวลาเยอะๆ หน่อยแฮะ สอนหลายรอบจัง

เบรกดึกคราวนี้มาตอนสามทุ่มโน่น สอนเสร็จแล้วค่อยกิน
แต่ก็ทำให้น้องๆ ได้กลับหอเร็วขึ้น น้องผู้หญิงไม่ต้องวิ่งกลับแล้ว
ลงมาด้านล่างเจอพี่ณัฐ คุยกันได้แป๊ปนึงก็โดนสวดเรื่องเกรด ^^"
แล้วก็ไปแย่งขนมเดวิลกินอีกนิดหน่อยก่อนกลับบ้าน

Mar 12, 2009

โดดค่ายไปรด. (หรือห้างกันแน่)

วันนี้ตื่น 9 โมงเช้า รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกบ้าน
ข้าวเช้าเป็นหมูหทอด กินบนรถตอนจอดรอไฟเขียว

ถึงบ้านเพื่อนตอน 10 โมงนิดๆ แล้วก็ไปศูนย์รด.
ตอนแรกก็นึกว่าจะต้องทำอะไรให้ยุ่งยากวุ่นวาย
แต่ที่ไหนได้ แค่เดินเข้าไปบอกเอาใบจบปี 3 ก็เสร็จ
...อึ่ม ยังไม่เสร็จนี่หว่า เพราะมิถุนาต้องไปอำเภออีก
แต่ก็ถือว่ารวดเร็วกว่าที่คิดละกัน

ยังไม่เที่ยง ยังไม่หิว แต่ก็ยังไม่อยากกลับบ้าน
เลยหัดขับรถพร้อมแวะไปเดินเล่นที่แอร์พอร์ต
เอ๋ งานรวมรุ่นหรอเนี่ย เพื่อนโรงเรียนเดินแทบชนกัน
พอถามดูจับใจความได้ว่า มาผ่อนคลายก่อนเกรดออก

ข้าวเที่ยงกินปลาทอดที่ร้านสกายลาร์ค แพงพอใช้
(เพราะอยู่ในม.แล้วสามารถกินอย่างประหยัดได้ 3 มื้อ)
แต่ที่แพงกว่าคือเดินผ่านตู้เกม แล้วเพื่อนชวนอย่างหนัก
แบงค์สีแดงๆ ละลายไปภายในหนึ่งชั่วโมง T_T

ข้าวเย็นออกมาซื้อหมีกรอบราดหน้าใส่ถุงกลับบ้าน
ไม่ได้กินมานานมากๆ แล้ว คิดถึงเหมือนกันนะเนี่ย

วันนี้กลับถึงบ้านเร็วที่สุดในรอบสัปดาห์เลยหละ
แต่ใช้เวลาขับรถนานที่สุด เพราะเป็นช่วงเร่งด่วนพอดี

วันนี้คงต้องนอนเร็วขึ้นแล้ว เพราะพรุ่งนี้อยากออกเช้าอีก
ดูซิว่า จะทำลายสมการการนอนที่เป็นกราฟรูปไซน์ได้หรือไม่

Mar 11, 2009

ค่ายโอวันที่สาม ได้ขึ้นไปชั้น 9 แล้ว

วันนี้ตื่นขึ้นมาสายมากๆ อีกแล้ว
เหมือนว่ากราฟการตื่นจะเป็นกราฟไซน์เลย ^^"

กินข้าวไก่อบเสร็จแล้วเปิดคอมจะทำงานต่อ
ดันเปิดไม่ติดแฮะ นึกว่าจะต้องส่งซ่อมซะแล้ว
ยังดีที่ตบๆ ไปหน่อยก็เลิกงอแงละ
แต่ก็ไม่ได้ทำงานอยู่ดี เพราะเดี๋ยวไม่ทันเบรกบ่าย

ไปถึงเจอน้องค่ายบ่นว่าอยากเล่นหมากรุกสากล
เลยได้ไปแอบยืมมาจากห้องชมรมที่ไม่มีคนอยู่

ตอนดึกวันนี้ได้ขึ้นไปดูดาวบนดาดฟ้าชั้น 9 แล้ว
เรื่องที่สอนก็ต่อจากเมื่อวานเลย (คราวก่อนไม่จบ)
เพียงแต่ปล่อยให้น้องลงมือทำด้วยตัวเองมากขึ้น

ดาวเสาร์ช่วงนี้เกือบสวยแฮะ เอียงวงแหวนนิดหน่อย
เสียดายที่กล้องความสามารถไม่พอ ถ่ายไม่สวยเลย

เบรกดึกเป็นขนมปังปิ้งทาเนย ^^
กินไปเยอะมากๆ อึ่มจนแทบอยากนอนขึ้นมาเลย

ขากลับ ลองขับแบบช้าๆ ดู ว่าจะใช้เวลาต่างกันแค่ไหน
คือว่าถ้าขับช้าแล้วไปได้เรื่อยๆ เนี่ย ก็ไม่มีปัญหาหรอก
แต่นี่ดันช้าแล้วอยู่เลนซ้ายที่รถหน้าขับแค่ 40 เฮ้อ...
กว่าจะถึงบ้านก็ใช้เวลาเพิ่มจากเมื่อวานอีกเท่าตัวเลย

วันนี้ไม่ไหวแล้วหละ ง่วงมากๆ
พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าอีก เพราะต้องไปทำธุระกับรด.
ไปนอนละนะ ฝันดีจ๊ะ

Mar 10, 2009

ค่ายโอวันที่สอง ขึ้นแค่ชั้น 7

วันนี้ตื่นขึ้นมา 9 โมงนิดๆ
ไม่น่าเชื่อว่าจะตื่นเช้าได้เป็นผลสำเร็จ ^^

แล้วก็ได้เริ่มทำในสิ่งที่ดองไว้มานานมากๆ
นั่นคือ ปรับปรุงบล๊อกแห่งนี้แบบยกเครื่อง!

แต่เอ๋... ทำไมมันไม่ค่อยต่างจากเดิมเลยหละ
ก็เพราะวันนี้แก้โค๊ดภาษาที่เขียนโครงเว็บก่อน
ของเก่าเป็น HTML ใช้ตารางจัดคอนเทนต์
ตอนนี้ลองใช้ CSS ทำดู ...ยากกว่าแฮะ

เอาเป็นว่าต้องลองค่อยๆ แก้ไขไปทีละนิดๆ
ไม่น่าจะเกินสัปดาห์นี้ก็เสร็จสมบูรณ์แล้วหละ ^^

ข้าวเช้าไม่กิน กินข้าวเที่ยงเป็นหมูยอนึ่ง
แล้วก็ออกไปค่ายโอตอนบ่ายโมงตรง

ไปถึงก่อนพักช่วงบ่ายนิดนึง แต่ก็อดกินเบรก
เพราะว่าเค๊กใบเตยขายดีมากเหมือนเช่นทุกปี

กลับเข้ามาในห้องเรียน น้องๆ ก็ฟังอาจารย์สอนไป
ส่วนพวกพี่ๆ หนะหรอ... 555+

วันนี้ภูภู่เกมขอนำเสนอ Crayon Physics Deluxe
เป็นเกมที่วาดๆๆ ให้ลูกบอลเด้งไปถึงดาวให้ได้
แนวคิดโครตเจ๋งเลย!

เคยเห็นการสอนฟิสิกส์ที่วาดๆ สอนได้เลยเมื่อ 3 ปีก่อน
ไม่นึกว่าจะถูกจับยัดลงมาสู่เกมถึงมือคนทั่วไปเร็วอย่างนี้
อึ่ม เทคโนโลยีมันพัฒนาไปเร็วจริงๆ

ข้าวเย็นวันนี้เป็นผัดเผ็ดหมูกับต้มจืดลูกชิ้นอะไรซักอย่าง
กินข้าวเติมพลังไปสองจากเสร็จก็ถึงเวลาสอนละ

วันนี้ขนกล้องโทรทัศน์ขึ้นไปดูดาวบนดาดฟ้าชั้น 6
ทำเลไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยแฮะ โดนตึกบังไปเยอะเลย
อากาศก็ไม่ดีด้วย ส่องดูดอยสุเทพแล้วรู้เลยว่าฝุ่นเยอะ
พระจันทร์ก็ดันสว่างเวอร์อีก เฮ้อ...
เด็กโอหนอเด็กโอ ทำไมถึงล้างอาถรรพ์ไม่ได้ซักทีน้า

แล้วกล้องตัวนึงก็ดันล๊อกขาไม่อยู่ ต้องไปเอาประแจมาขัน
เลยได้ลงไปยังที่อยู่ห้องชมรมใหม่ แต่หาของยังไงก็ไม่เจอ
มาคิดได้ว่าหลังรถมีอุปกรณ์ช่างอย่างพื้นฐานอยู่นี่หน่า
เปิดไปดู อึ่ม ประแจครบทุกไซส์เลย - -"

วันนี้สอนน้องใช้กล้องดูดาวอย่างเดียวเลย
เรื่องเส้นสายบนท้องฟ้านี้เหมือนน้องๆ จะพอจำกันได้แล้ว
สอนง่ายขึ้นเยอะเลย ถ้าไม่ติดที่เราดันลืมเรื่องกล้องไปหมด
ต้องมาคลำๆ ดูว่าตรงไหนคืออะไร ใช้ยังไง คำนวณยังไง
แต่สุดท้ายก็ถูไถไปได้รอดหละน่า

ขากลับ คราวนี้จับเวลาและความเร็วเป๊ะๆ เลย
ได้ระยะทาง 15.1 กิโลเมตรในเวลา 18:40 นาที
เดี๋ยวพรุ่งนี้จะลองขับไม่เร็วมาก แล้วจับเวลาเทียบกันดู

ดีใจจังที่ยังโทรมาหา นึกว่าจะไม่ได้ยินเสียงซะแล้ว
คิดถึงมากๆ เลยนะ ดูแลตัวเองด้วย
ไปนอนก่อนละนะ
ฝันดีนะ

Mar 9, 2009

ค่ายโอวันแรก ขึ้นหอดูดอย

เป็นอย่างนี้ทุกทีเลย ช่วงนี้
คือหัวถึงหมอนแล้ว แต่นอนไม่หลับ
กว่าจะหลับได้จริงๆ ก็ปาไปตีสามครึ่ง - -"
ชักจะกลายเป็นมนุษย์ค้างคาวไปซะแล้ว

เช้านี้ตื่นขึ้นมาเก้าโมงครึ่งได้ยังไงไม่รู้
แต่จิตใต้สำนึกมันบอกว่า ไม่ไหวแน่ๆ
เลยนอนต่อ จนตื่นอีกทีก็สิบโมงครึ่ง
แต่ก็ยังนอนน้อยกว่ามาตฐานอยู่ดีแหละน้า

กะว่ากินข้าวเสร็จแล้วจะออกไปค่ายเอง
แต่รถไม่อยู่แฮะ? คนก็ไม่อยู่...

กว่าจะระลึกชาติได้ก็ปาไปบ่ายโมงกว่าๆ
ตอนที่พ่อแม่กลับมา แล้วบอกว่าไปงานแต่ง
อ๋อ งานแต่งลูกน้องที่ทำงานรวดงานขึ้นบ้านใหม่

เลยได้ฤกษ์ออกจากบ้านตอนบ่ายสี่แทน
ไปถึงพี่ติ้มก็สอนเกือบเสร็จกันแล้ว
กินข้าวเย็นฟรี แล้วก็ขึ้นไปสอนน้องๆ บนดอย

วันนี้สอนสนุกมาก ไม่เหมือนค่ายแรกเทอมหนึ่งแล้ว
สงสัยว่าน้องๆ มีพื้นฐานมาบ้าง (แม้จะน้อยนิดก็ตาม)
แต่ก็สนุกจริงๆ แหละน้า สอนเด็กๆ เนี่ย ^^

วันนี้ดวงจันทร์สว่างเวอร์ ถ่ายรูปมาด้วยแหละ
กล้องมือถือติดเลนส์กล้องดูดาว ถูไถได้เลยนะเนี่ย
(พระจันทร์สวยแต่ดันส่องแสงบังดาวอื่นหมด เฮ้อ)

ขากลับ จับเวลาได้ 4 เพลงแรกอัลบัมบอยป๊อด
กับระยะทาง 14 กิโล (วัดจาก google earth)
เอ่อ... ขับรถเร็วเกินไปหรือเปล่าเนี่ย - -"

รู้แต่ว่าลองทดสอบความเร็ว 80 กับโค้ง 45 องศา
มันช่างน่าหวาดเสียวว่าจะหลุดโค้งจริงๆ ^^"

ถึงบ้านแล้ว ได้ข้อสรุปว่า ควรอยู่บ้านจะดีที่สุด
เพราะว่าเหลืองานที่ไม่ได้ทำอีกตั้งเยอะแยะเลย
ขืนอยู่หอหละก็ งานที่ดองไว้มันต้องเน่าแน่ๆ

ตอนนี้ขอตัวไปนอนแล้วนะ ฝันดีจ้า แล้วจะฝันถึง

Sep 21, 2008

อดีตที่ไม่มีวันหวนกลับ & อนาคตที่ไม่มีวันมาถึง

6 ตุลาคม 2546
พอมาถึงค่ายวันแรกก็โดนแกล้งเลย โดยพี่ๆ ให้แนะนำตัวกันตามปรกติ แล้วก็สุ่มผู้โชคดีออกไปพูดชื่อเพื่อนใหม่ 3 คน แหม... ถ้าโดนสุ่มไปคนแรกก็คงง่ายอยู่หรอก เพื่อนโรงเรียนเราเองก็ 4 คนแล้ว ยิ่งคนน่ารักๆ อีก 5-6 คนนั้นก็จำชื่อไม่ยาก แต่แจ๊คพ๊อตก็ลงเพราะโดนสุ่มเป็นคนสุดท้าย แถมเงื่อนไขที่ว่าห้ามซ้ำชื่อคนที่เคยบอกไป เฮ้ย แล้วมันจะเหลือใครให้ข้าพเจ้าพูดถึงหละ สุดท้ายก็หันไปมองแถวหลัง แล้วก็แก้ไขสถานการณ์ด้วยการบอกชื่อพี่ค่ายไป แหม รอดตัวอย่างหวุดหวิด

Jul 17, 2007

เข้าค่าย YFCD

ยาวมากครับ ไม่ต้องอ่านก็ได้
เจ้าของบล๊อกสะใจเป็นพอ 555+

น่าเสียดายที่ไม่ได้เอาโน๊ตบุกส์ไปที่ค่ายด้วย
ก็เลยไม่ได้เขียนไดอารีประจำวัน T_T
พอมานั่งๆ นึกเอาทีหลัง ก็มักจะตกหล่น
(เริ่มเขียนตั่งแต่วันอาทิตย์ เสร็จวันอังคาร)
เสียดายความทรงจำดีๆ เหล่านั้นจัง...

เฮ้อ... ไอ่ตอนก่อนไปก็บ่นนักบ่นหนา
แต่พอกลับมา ก็คิดถึงอย่างบอกไม่ถูก
นี่แหละ เสน่ห์ของค่าย ^^

แล้วจะเริ่มที่วันไหนดีนะ... 13 ละกัน
ค่ายก่อนหน้านั้นก็ช่างมันเถอะ
ถ้าสำคัญก็จะแทรกๆ เอา



13 ก.ค. 50
ศุกร์ 13

ไปค่ายกับทั่นประธานรุ่นม.3 (ไอ่ทิไง)
ด้วยรถมอไซของมัน (ไม่ได้สนว่ารุ่นอะไร)
ถ้ามันขับรถยนต์ไปส่งนี้ก็ว่าไปอย่าง
คงจะเดินสำรวจรอบคัน 555+

ไปถึงตอนหกโมงเย็น กินข้าวที่เค้าเลี้ยง
แล้วก็เข้าห้องประชุมไปดูอีแม่ (ก้อย) สอน
(เรียกว่าอีแม่เพราะ แสดงละครเป็นแม่)

พอเริ่มๆ เบื่อ ก็เอา a day มาอ่าน
เล่มที่ 83 เรื่อง RS (ฉบับนี้ออกเร็วมาก)
(ปรกติ a day จะออกท้ายๆ เดือน -*-)
อ่านไปนิดนึง ไอเดียแล่น เลยนั่งวาดรูป

แต่ไอเดียก็หมดเร็วมากพอๆ กับน้ำหมึก
ก็เลยไม่มีอะไรให้ทำ จะคุยกับเพื่อนก็ดังอีก
เอามือถือมากดเล่น เห็นวันเกิดของพี่วิลา
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ยังไม่ได้โทรไปเลย
ก็ลองโทรดู ปรากฏว่าพี่วิลาเลิกใช้เบอ์นี้ละ

จำได้ว่าพี่วิลาอยู่ที่หอสีชมพู เลยเดินไปหา
ออกจากยูนิเซฟสองทุ่ม ไปทางที่ผ่านอมช.
ไม่กล้าไปทางหน้าตึกคณะวิทย์ เพราะมันมืด
รู้สึกว่ามช.คึกคักมาก นักศึกษาเต็มไปหมด
สงสัยตอนเข้าค่ายโอมันเป็นตอนปิดเทอม

ก็เลยไม่รู้สึกคึกคักขนาดนี้อะ
พอเดินไปถึงหอก็งงโครตเลยๆ
ถึงจะเป็นหอหญิง แต่มันแปลกไปแล้วนะ!
"ห้ามบุคคลภายนอกเข้าหลัง 16:30 น."
ปรกติมันดึกกว่านี้ไม่ใช่หรอ?

แล้วก็ทำใจเดินกลับยูนิเซฟ
คราวนี้ไม่กลัวอะไรละ ใช้ทางสั้นที่สุดเลย
ทางหน้าตึกใหม่คณะวิทย์ที่มืดๆ นั่นแหละ
ไม่เปลี่ยวอย่างที่คิดเลยแฮะ นศ.เพียบ
พอถึงตึกคณะวิทย์ ก็เกิดคิดถึงบ้าไรไม่รู้
แลกบัตรผ่านไปชั้น 6 ห้องดาราศาสตร์
แล้วก็ดูวิวดอยสุเทพอยู่นานสองนาน
เห็นพระธาตุฯ เคียงคู่กับดาวศุกร์ด้วย

พอทำใจได้หมดแล้ว ก็กลับยูนิเซฟซักที
ไปถึงสามทุ่มครึ่ง ซ้อมละครพอดีเลย
วันนี้ซ้อมจัดตำแหน่งเฉยๆ แค่ 1 รอบ

ซ้อมได้แค่วันละรอบเพราะกินเวลาโครต
ตอนแรกๆ เลยต้องแยกซ้อมเป็นคู่ๆ
แล้วพอทุกคู่ทำได้ ก็จับมาซ้อมรวมกัน
ซึางกินเวลาครั้งละครึ่งชั่วโมงเชียวนะ!

แล้วแม่ก็มารับ ตอนสี่ทุมกว่าๆ
สงสารแม่จังเลย ต้องมารับตอนดึกๆ




14 ก.ค. 50
อาหารจานหลักคือเพลง

ตื่นนอนตอนเจ็ดโมงครึ่ง (สายที่สุดเลย)
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ปาไปแปดโมงแล้ว
ไปถึงโรงเรียนก็แปดโมงครึ่งพอดี ^^"
ดีนะที่เป็นวันเสาร์ เลยไม่เข้มงวดมาก
เรียนไปก็ยม รอไปค่ายอย่างเดียวเลย
(ลืมจัดของนิดหน่อย ก็โทรไปบอกแม่)

แม่มารับตอนเที่ยงนิดๆ
กระเป๋าเสื้อผ้าเตรียมไว้บนรถนานแล้ว
ลังเลว่าจะเอากระเป๋านักเรียนไปด้วยมั้ย
สุดท้ายก็ตัดใจไม่เอาไป หนักก็หนัก
และคงไม่ได้ทำการบ้านอยู่ดีแหละน้า

ไปถึงขอกุญแจห้องมาไว้ของชั่วคราว
ห้องอาร์ม 239 หรือเปล่าเนี่ยจำไม่ได้ละ
ห้องโครตเล็กอะ นอนกับพื้นด้วย -*-
ก็เปลี่ยนเสื้อแล้วเอาชุดนักเรียนให้แม่
เข้าห้องประชุม ดูไอ่บอลแสดงเป็นพระ

ที่จริงตอนแรกเราได้บทพระนี่แหละ
แต่ว่าบอลมันโกนหัวมาพอดี (หมาตาย)
เลยโดนตัดหน้าไปอย่างฉิวเฉียด ^^"

หลังจากนั้นก็มาคุมพาวเวอร์พอยน์
เป็นงานที่น่าเบื่อมาก แต่ก็มีสนุกนิดๆ
เซ็งนิดหน่อยที่คุมพลาด gomenasai
เฮ้อ... ถ้าได้ซ้อมซักนิดคงดีสิ

จัดการกับภาระจนหมด ก็ขอตัวออกมา
เนื่องด้วยว่าน้องแจ่มชวนดูคอนเสริท
ตอนแรกก็คิดว่าไปไม่ได้ซะละ งานเยอะ
แต่ก็หาเวลาว่างจนเจอ ^^
ขึ้นรถแดงไปถึงที่หอศิลป์ทันเวลาพอดี

คอนเสริทครั้งนี้มีนักเรียนเปียโน 3 คน
คือน้องปันปัน น้องแจ่ม แล้วก็พี่กอล์ฟ
(ไม่ใช่เรา watashi wa neizod desu)

ไปถึงก็ไม่ได้สูจิบัตร (หมด) T_T
แล้วจะรู้ชื่อเพลงได้ยังไง?
(ก็ต้องใช้ความสามารถหนะสิ อิอิ)

ฟังเอาก็จับความได้ว่า
เพลงแรกที่น้องปันปันเล่นมี 3 ท่อน
เร็ว-ช้า-เร็ว นี่หละ เปียโนโซนาต้า
เมโลดี้สดใสโครตๆ ก็โมสาทชัวร์

ต่อมาเป็นพี่กอล์ฟ คนนี้โครตเก่ง
เล่นแบบไม่ต้องมีสกอร์โน้ตวางดูเลย
แล้วก็เล่นตั้ง 2 เพลง ความจำดีโครต
เพลงแรกใช้นิ้วได้มันส์มาก = โชแปง
เพลงที่สองจับไม่ค่อยได้...

ก่อนพักครึ่ง แจ่มก็เล่นปิดท้าย
เพลงแรกฟังแล้วนึกถึงดนตรีไทย
ฟังดีๆ ออกแนวอิมเพรสชั่นซะด้วย
ก็ขอเดานักดนตรีในดวงใจ เดอบัสซี
เพลงที่สอง ไม่รู้ครับ...

พอจบครึ่งแรก เวลาก็หมดพอดี
ก็เลยรอคุยกับน้องแจ่มนิดนึง
หาคนที่มีสูจิบัตรแถวนั้น จดเพลงไว้

อันนี้คือสูจิบัตรที่ไปจดมา (นิดหน่อย)
จดไว้แค่ครึ่งแรก เพราะเวลาแทบไม่มี
และครึ่งสองก็ไม่ได้อยู่ฟังซะด้วย
(จำได้ว่าเป็น 2 piano ของ Mozart)
ทั้ง 2 เพลง พี่กอล์ฟเล่นกับอาจารย์
ท่าทางน่าสนุก เสียดายจริงๆ เลยครับ

"น้องปันปัน
Piano Sonata K332 Mozart

พี่กอล์ฟ
Ballade No.1 in G minor Op.23 Chopin
Wilde Jagd (Transcendental Etude No.8) Liszt

น้องแจ่ม
Bruyeres Debussy
Sonatine Ravel"

แล้วก็รีบหารถแดงกลับยูนิเซฟ
(ถ้าจำไม่ผิด โบกได้คันเดิมซะงั้น!)
กลับมาถึงทันเวลาพอดี (สองทุ่ม)
บวกกับเจอก้อยที่กลับจากเรียนพิเศษ
ก็เลยเดินไปที่ห้องประชุมด้วยกัน
ตามประสาพ่อแม่ (ว่าไปนั่น 555+)

สองทุ่มครึ่งก็ไปทำซึ้งกับน้องๆ
ตรงนี้ไม่เล่ามากละกัน เพราะเราก็งงๆ
พวกนั้นวางแผนอะไรกันก็ไม่รู้ -*-

ตอนที่มัดข้อมือน้องๆ ก็รู้สึกถึงระยะห่าง
สงสัยว่าเราจะใกล้ชิดกับน้องๆ น้อยไป
ก็เล่นคุมแต่คอม กับทำงานเบื้องหลัง ^^"

แต่ก็ทำใจสู้ พูดกับน้องแบบสนิทสนมไป
เพราะพี่ๆ ก็มีหลายคน (ประมาณ 20 ได้)
น้องๆ เค้าก็คงจำได้ไม่หมดอยู่แล้วหละ

พอทำซึ้งน้องๆ เสร็จ ก็โดนทำซึ้งมั่ง
(จากรุ่นเดอะกับอ.หลีนั่นแหละ)
ขอบคุณครับ พี่ๆ ทุกคน T^T

หมดรายการซึ้ง ก็ซ้อมละครตามระเบียบ
แค่รอบเดียวต่อวันนี้มันไม่อิ่มเลยแฮะ...
ยังเก้ๆ กังๆ อยู่เลยอะ T_T
ถ้าวันจริงปล่อยไก่นี้ คงไม่ต้องดูศพ
แต่ก็จะพยายามเต็มที่นะครับ!

เนยสด ไฟต์โต๊ะ!




15 ก.ค. 50
อำลาค่าย

เที่ยงคืนกว่าๆ (ดีใจมาก ได้นอนค่ายซักที)
หลังจากซ้อมละครจบ ก็ย้ายของจาก 239
ไป 339 นอนกับไอ่บอลและพี่ชมภู่
ซึ่งเป็นห้องที่ใหญ่มาก เอาว่าถ้านอนพื้นด้วย
ก็นอนได้ซัก 7-8 คนเลยหละ
แต่เค้าก็จัดไว้แค่ 2 เตียง กับ 1 โซฟา
พี่ภู่ก็ให้นอนด้วยกันหมด ไม่ต้องนอนโซฟา
ก็เลยต้องไปหาหมอนมาเพิ่ม
โดยหมอนไปเอามาจาก 340 ที่ไม่มีใครนอน
(ที่จริงเรากับบอลจะย้ายไปนอน 340
แต่พี่ภู่ดันกลัวผี เลยต้องมานอนเป็นเพื่อน)

ไอ่บอลก็อาบน้ำ แล้วก็ซ้อมสอนที่ห้องพี่โจ
เราก็สบ๊าย เปิดดูช่อง 7 (บิ๊กซีนีม่า แฮรี 3)
ซักพักปลากับปลามก็มาซ้อมละครที่ห้อง
แล้วก็เปลี่ยนเป็นชุด ไปให้พี่โจดูที่ห้อง
เราก็เลยต้องเปลี่ยนด้วย แล้วตามไปทีหลัง
แล้วก็ดันเคาะห้องผิด ที่ 341 เจอฝรั่งซะงั้น
หลังจากเดินเดินวนรอบนึง ก็เจอห้องพี่โจ
เข้าไปโชว์ชุด แล้วก็กลับมาดูแฮรีต่อ

ภาคนี้เอฟเฟกต์สวยดี แต่รู้สึกแปลกๆ แฮะ
เช่น ผู้คุมวิญญาณดูไม่น่ากลัวอย่างที่อ่าน
มนุษย์หมาป่า (ศ.ลูปิน) ดูง้องแง้งเกินไป
แผนที่ตัวกวนไม่สวยเอาซะเลย พับไปพับมา
ยิ่งตอนจบ จบได้เห่ยมากๆ (ใช้วิธีแช่ภาพ)

หลังจากดูจบตอนตีหนึ่งครึ่ง ก็เข้านอน
เบียดกันนิดหน่อย แต่ก็เปิดแอร์ไว้เย็น
ถึงกระนั้นก็นอนไม่หลับ เพราะไฟลอดเข้ามา
ไอ่เราก็จำได้ว่า ไฟนี้มือบอนเปิดไว้เองนี่หน่า
ตอนนั้นก็เห็นสวิทไฟ เลยกดเปิด กันมันมืด
พอมาตอนนี้มันทำให้นอนไม่หลับซะงั้น
เลยต้องออกไปปิดไฟซะ เพื่อการนอนที่ดี
ตอนเดินไปก็ไม่เท่าไหร่หรอก สว่างอยู่
แต่พอปิดแล้วมันมืดโครตๆ ไปเลย T_T
เดินกลับห้องด้วยความผวา ...บรือ

พอกลับมาถึงห้อง ก็โดนแย่งที่นอนซะงั้น
(ได้นอนที่สบายขึ้นอะ แต่ก็เบียดอยู่)
อธิบายหน่อยดีกว่า เพราะนอนแปลกดี
คือ เอาเตียงมาติดกัน (แปลกตรงไหน?)
แล้วตอนแรก เรานอนตรงกลาง (รอยต่อ)
พอลุกออกไปปิดไฟ พี่ภู่ก็สละที่ริมๆ ให้
นอนสบายกว่า แต่ก็กลัวตกเตียงมากกว่า
แล้วก็นอนแกล้งพี่ภู่ไปจนหมดมุข ^^"
พอได้เวลาตีสองนิดๆ ก็หลับปุ๋ย...

ตีห้าครึ่ง บอลก็ตื่นนอนคนแรก
(และรู้สึกว่าพี่ภู่จะตื่นมาปิดนาฬิกาปลุก)
มันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็มาปลุกเรา
ตื่นไปได้ไงก็ไม่รู้ 6 โมงนิดๆ (เช้ามากๆ)
อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ปลุกพี่ภู่
ปลุกยากมากๆ คนอะไรก็ไม่รู้หลับดีจริง
ยากจนเกือบจะลากไปอาบน้ำให้แล้ว 555+
(รู้ซึ่งเลยว่าแม่เหนื่อยที่ต้องปลุกเราทุกวัน)
ตอนรอพี่ภู่อาบน้ำ ไอ่บอลก็เปิดช่อง 7
แต่มันก็ไม่ดูทีวี ดันอ่านนิยายเกาหลีซะงั้น
ปล่อยให้เรากลับไปเป็นเด็ก ดูเสือขาวซะ
(เป็นการ์ตูนที่มีตัวเอกเป็นเสือขาวตัวน้อย)

การ์ตูนจบเจ็ดโมง ทุกคนเสร็จกิจส่วนตัว
ก็ออกห้องไปกินข้าว แล้วเข้าห้องประชุม
ยมมากๆ รอแต่แสดงละครอย่างเดียว
พี่ภู่ก็ให้ไปเอาผ้าปูเตียงมาทำมุมแต่งตัว
เลยต้องเดินกลับห้อง (ที่แสนไกล) อีก

พอทำเสร็จแล้วก็เอา a day มาอ่าน
พี่ภู่ก็ยังนอนไม่พอ เลยมาหนุนตักนอน
มีคนมาหนุนตักนอนนี้ ดีใจจริงๆ เลย ^^
ครึ่งชั่วโมงต่อมาก็ปลุกพี่ภู่ให้ไปทำงาน
แล้วเราก็หลังตรงนั้นแหละ ง่วงมากๆ

ตื่นมาอีกทีก็เที่ยงครึ่ง ตกใจมากๆ เลย
เพราะว่าต้องแสดงละครตอนบ่ายโมง
แล้วก็ยังไม่ได้เตรียมตัวอะไรซักอย่าง
แต่ก็ไม่เห็นคนอื่นเตรียมตัวเหมือนกัน
พอถามพี่โจดูแล้วก็รู้ว่าเลท ค่อยยังชั่ว

แล้วพี่โจก็ให้ทุกคนไปเก็บของที่ห้อง
เก็บเสร็จลงมาจะไปซ้อมละครอีกรอบ
แต่ว่าเวลามันไม่มีแล้ว... T_T
ก็เลยต้องแสดงละครไปทั้งอย่างนั้น
ตื่นเต้นมากๆ โครตจะตื่นเต้นเลย
แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ^^

ในเรื่องได้แต่งงานกับก้อยด้วย -*-
ควรจะดีใจดีมั้ยเนี่ย?
ถ้าเป็นจริงนี้ ได้ฟังกำเมืองจนชินแน่ๆ
(ฟังกำเมืองบ่จ้างอะ อย่าอู้นักได้ก่?)
^^"

ละครมันเศร้านะ แต่ทำไมเราไม่ร้องไห้หว่า?
สงสัยน้ำตาหายหมดตั่งแต่ก่อนเมื่อวานอีก

พอบ่ายสามโมงเย็น ใกล้ๆ จะจบค่าย
พี่โจก็เอานิทานที่แต่งมาให้ช่วยคอมเมนต์
ตัวละครหลักชื่อไอด้า ...เอ้ย! ดาร์วิด
(เรื่องนี้อ่านแล้วคิดถึงไอด้ามาทันทีเลย)
ก็เลยคอมเมนต์ไปว่า บทพูดของนางฟ้า
มันไม่ค่อยขลัง แล้วก็เสนอบทพูดแบบใหม่
ซึ่งจะคล้ายๆ บทพูดในคัมภีร์ไบเบิลหน่อย
ไม่รู้ว่าเค้าจะเอาหรือเปล่านะ... ^^"

เขียนคอมเมนต์เสร็จ ก็รู้สึกว่ามือถือหายไป
เพราะไม่ชอบเก็บมือถือไว้ในกระเป๋ากางเกง
(กระเป๋าตังค์ก็ด้วย ที่จริงก็ทุกอย่างแหละ)
ชอบเอาออกมาวางไว้ข้างๆ ตัว
แน่นอน... ไม่ต้องสงสัยว่าใคร พี่ภู่นี่เอง
แต่หลักฐานก็ไม่มี บวกกับปล่อยให้แกล้ง
ก็เลยขอยืมมือถือเจ้าตัวนั่นแหละมาโทรเข้า
มือถือเราเป็นภาษาจีนอยู่แล้ว จะทำอะไรได้

(ทำไมต้องภาษาจีน? ตอบรอบที่ร้อยแล้วนะ
เพราะมันบอกปฏิทินดวงจันทร์ได้ไงหละ...
เราก็อ่านภาษาจีนไม่ออกหรอก ใช้แค่ปฏิทิน)

โทรเข้าจนเบื่อ พี่ภู่เอาไปซ่อนไว้ไหนน้า...
เลยเอามือถือพี่ภู่มาดู แล้วก็ Fw SMS เล่น
ไม่รู้ว่าพี่ภู่รู้ได้ถึงความผิดปรกติหรือไงนะ
อยู่ๆ ก็มาบอกใบ้ที่อยู่มือถือซะงั้น ^^
จบงานนี้ได้ SMS สวยๆ เข้าเครื่องเพียบ

แล้วเวลาก็ล่วงเลยมาถึงบ่ายห้าโมงเย็น
ตอนจบค่ายนี้ก็ได้ชื่อใหม่มาอีกแล้ว เหอะๆ
(คราวก่อนก็ได้ชื่อ "พี่ไหม" มาแล้ว ^^")
คราวนี้ได้ชื่อพูนแซ๊บ (แซ๊บ & สก้อยส์)
เรื่องของเรื่องคือ เราไปแลกป้าชื่อกับพี่ภู่มา
โดยที่ป้ายชื่อของพี่ๆ แทบทุกคนเนี่ย
จะเอาอันที่เขียนชื่อน้องผิดมาใช้ใหม่อีกด้าน
(ของพี่ภู่ก็ผิด เพราะในป้ายเขียนชมพู่)
แล้วหลังป้ายพี่ภู่เขียนชื่อน้อง พูนทรัพย์
(ของเราด้านหลังก็เป็นชื่อ N'ฝ้าย)
ซึ่งเดาว่ามันผิดเพราะดันไปเขียนชื่อจริง

พอได้แลกป้ายมาใส่ตอนเก็บของปิดค่าย
ป้ายก็พลิกไปพลิกมา โชว์ด้านพูนทรัพย์
ก็โดนเรียกว่าพูนทรัพย์ไปตามระเบียบ
แต่! แต่มันยังไม่จบ เพราะติ๊กกับบี
ดันเปลี่ยนคำว่าทรัพย์เป็นแซ๊บ
โห๊ะๆๆ ดีนะเนี่ยที่คนกลับเกือบหมดแล้ว
เลยรู้ๆ กันอยู่ไม่กี่คน ^^"
(แล้วทำไมด้าน N'ฝ้ายไม่โดนล้อมั่ง?)

บ่ายหกโมงครึ่งแล้วหรอ? T_T
แม่โทรมาเรียกก่อนนี้ครึ่งชั่วโมงแล้วหละ
แต่ความรู้สึกเราคือ ไม่อยากจากไปเลย
ก็เลยอยู่ช่วยเก็บของตั้งแต่บ่ายห้าโมง
เก็บจนห้องเอี่ยมสะอาด

แต่ก็ยังรู้สึกไม่อยากจากไปอยู่ดีแหละ
อยากจะต่อเวลาแห่งความสุขนี้ไปเรื่อยๆ
อีกอย่างคือ ปรกติเรากลับเป็นคนสุดท้าย
ไม่ว่าจะงานใดก็ตาม กลับคนสุดท้ายจนชิน

แต่ถึงจะยื้ออย่างไร ก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี
ครั้งนี้เลยต้องกลับก่อนคนอื่นอีกเยอะ

รู้สึกใจปิ้วเล็กๆ
ทั้งรื่องที่ต้องจากค่าย เรื่องที่ต้องกลับก่อน
และอีกหลายๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในค่าย

"however, life's going on."

ขอลาแล้วช่วงเวลาอันแสนดี
จะจดจำเวลานี้ตลอดไป

ปล.ได้ตังค์ค่าทำค่ายมา 300 บาท
เอาให้แม่ไปหมดละ...




จบดีกว่าไม่อยากเล่าแล้ว
เพราะหลังจากนี้ ชีวิตก็กลับไปเดินซ้ำซาก
เหมือนกับฉายหนังที่ดูจนเบื่อแล้วซ้ำไปมา
ไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษอย่างนี้อีก
...อยากให้มีค่ายอย่างนี้บ่อยๆ จัง