Showing posts with label Song. Show all posts
Showing posts with label Song. Show all posts
May 14, 2015
Sexy Love
ช่วงนี้ทำงานแรงงานครับ ไม่ค่อยได้ใช้สมองเท่าไหร่ เลยต้องเปิดเพลงวนไปเรื่อยๆ ให้มันรู้สึกสดชื่นตลอดเวลา
แล้ว YouTube ก็วนเพลง Sexy Love มาให้
รู้ตัวอีกที 2 ชั่วโมงถัดมา ก็ยังกดเล่นซ้ำ ฟังเพลงนี้ซ้ำๆ อยู่ครับ
ท่าเต้นโรบอทนี่มันแจ่มจริงๆ ให้ดิ้นตายสิ :3
May 7, 2015
Entertainment
เพลงนี้เป็นเพลงประกอบเครดิตหนัง Now You See Me (2013) ครับ คือทั้งเรื่องไม่ได้ใช้เพลงนี้มาประกอบเลยนั่นแหละ ถ้าไม่นั่งดูเครดิตหนังก็ไม่รู้ว่ามี
ฟังแล้วสนุกดี ได้กลิ่นหนังจีนสมัยก่อนลอยมาแต่ไกลเลย (ทั้งๆ ที่เป็นวงจากฝรั่งเศส) สงสัยเพราะว่าเมโลดี้อยู่ในกุญแจไดอาโทนิคด้วย แต่มันก็ไม่ได้ออกบลูแจ๊สแม้แต่น้อย กลับเป็นร๊อคมันส์ๆ ให้โยกหัวตามได้
ก็ถือว่าเป็นการผสมผสานที่น่าสนใจดี นั่งฟังได้ทั้งวัน
Sep 29, 2014
Sukiyaki เพลงประกอบ MK
ไม่กี่ปีก่อนน่าจะมีคนจำได้กับเพลงประกอบโฆษณา MK ที่ร้องด้วยถ้อยคำผ่านทำนองอันแสงจะติดหูว่า
"เรากินสุกี้กิน MK เรากิน MK กินสุกี้ เรากิน MK สิ่งดีๆ มีติดตัวตั้งมากมาย"
พอเดาได้อยู่ว่าเพลงโฆษณาพวกนี้คือการเอาเพลงที่มีจริงๆ อยู่แล้วมาดัดแปลงใส่เนื้อร้องเข้าไปใหม่ (ไม่ได้แต่งหมดตั้งแต่เริ่ม)
เรื่องน่าแปลกคือเพลงนี้เดิมชื่อว่า 上を向いて歩こう (Ue o Muite Arukō) ถ้าแปลเป็นไทยสวยๆ หน่อยชื่อเพลงจะประมาณ "เงยหน้าสู้ฟ้าพร้อมก้าวไปต่อ" เนื้อเพลงก็ออกแนวตัดพ้อเรื่องความรัก แต่ก็ยังไม่ก้มหน้านะ เดี๋ยวน้ำตาจะรินไหล
คือเพลงทั้งเพลงไม่ได้มีข้อความอะไรเกี่ยวกับ "สุกี้ยากี้" ซึ่งเป็นชื่อเพลงที่คนนอกประเทศญี่ปุ่นรู้จักกันอย่างแพร่หลายเลย
คงจะคล้ายกับการที่เราตั้งชื่อหนังว่า "ต้มยำกุ้ง" ทั้งๆ ที่หนังทั้งเรื่องไม่มีอาหารที่ชื่อว่า "ต้มยำกุ้ง" โผล่มาให้เห็นเลยกระมั้ง :P
"เรากินสุกี้กิน MK เรากิน MK กินสุกี้ เรากิน MK สิ่งดีๆ มีติดตัวตั้งมากมาย"
พอเดาได้อยู่ว่าเพลงโฆษณาพวกนี้คือการเอาเพลงที่มีจริงๆ อยู่แล้วมาดัดแปลงใส่เนื้อร้องเข้าไปใหม่ (ไม่ได้แต่งหมดตั้งแต่เริ่ม)
เรื่องน่าแปลกคือเพลงนี้เดิมชื่อว่า 上を向いて歩こう (Ue o Muite Arukō) ถ้าแปลเป็นไทยสวยๆ หน่อยชื่อเพลงจะประมาณ "เงยหน้าสู้ฟ้าพร้อมก้าวไปต่อ" เนื้อเพลงก็ออกแนวตัดพ้อเรื่องความรัก แต่ก็ยังไม่ก้มหน้านะ เดี๋ยวน้ำตาจะรินไหล
คือเพลงทั้งเพลงไม่ได้มีข้อความอะไรเกี่ยวกับ "สุกี้ยากี้" ซึ่งเป็นชื่อเพลงที่คนนอกประเทศญี่ปุ่นรู้จักกันอย่างแพร่หลายเลย
คงจะคล้ายกับการที่เราตั้งชื่อหนังว่า "ต้มยำกุ้ง" ทั้งๆ ที่หนังทั้งเรื่องไม่มีอาหารที่ชื่อว่า "ต้มยำกุ้ง" โผล่มาให้เห็นเลยกระมั้ง :P
Aug 26, 2014
O Mio Babbino Caro
พอดี @isamare แนะนำวิชา Listening to Music มาครับ ก็นั่งดูไปเรื่อยๆ ด้วยความสนุกสนาน จนถึงตอนนึงอาจารย์ Craig Wright เล่าเหตุการณ์ในบ้านแกให้ฟังว่า
อาจารย์: (นั่งเล่นเปียโนอย่างสบายอารมณ์)
ลูกชาย: เพลงนี้เพราะมากเลยนะพ่อ
อาจารย์: โอ้ ให้มันได้อย่างนี่สิลูกชายฉัน (คงตัวลอยฝันไปไกลว่าลูกโตขึ้นเป็นนักดนตรีตามรอยตัวเองแน่ๆ 555)
ลูกชาย: ได้ยินมาหลายครั้งละใน Grand Thief Auto เพลงนี้เพลงอะไรครับพ่อ?
อาจารย์: เดี๋ยวก่อนนะ ... อะไรคือ Grand Thief Auto???
จุดเด่นของเพลงนี้ที่อาจารย์แกยกมาเล่าเรื่องเมโลดี้ครับ ปรกติเพลงร้องมักจะค่อยๆ ไล่โน้ตไปทีละขั้นสองขั้น แต่เพลงนี้กลับใช้การกระโดด 1 octave เลยทีเดียว
อาจารย์: (นั่งเล่นเปียโนอย่างสบายอารมณ์)
ลูกชาย: เพลงนี้เพราะมากเลยนะพ่อ
อาจารย์: โอ้ ให้มันได้อย่างนี่สิลูกชายฉัน (คงตัวลอยฝันไปไกลว่าลูกโตขึ้นเป็นนักดนตรีตามรอยตัวเองแน่ๆ 555)
ลูกชาย: ได้ยินมาหลายครั้งละใน Grand Thief Auto เพลงนี้เพลงอะไรครับพ่อ?
อาจารย์: เดี๋ยวก่อนนะ ... อะไรคือ Grand Thief Auto???
จุดเด่นของเพลงนี้ที่อาจารย์แกยกมาเล่าเรื่องเมโลดี้ครับ ปรกติเพลงร้องมักจะค่อยๆ ไล่โน้ตไปทีละขั้นสองขั้น แต่เพลงนี้กลับใช้การกระโดด 1 octave เลยทีเดียว
May 18, 2013
วงที่ได้ดีจากการร้องคำเดิมซ้ำๆ
หลายเดือนก่อนเห็นทวีตนี้ผ่านตา
มานั่งนับๆ ดู เอ่อ มันก็จริงนะ 555+
จี้ จี้ จี้ จี้ เบบี เบบี เบี
โอะ โอะ โอ โอ๊ะ
รัน รั๊น รัน รั๊น รัน
แท๊กซี่ แท๊กซี่ แท๊กซี่ จุชชี่ จุชชี่ จุชชี่
ทร๊อบเบิล ทร๊อบเบิล ทร๊อบเบิล ชุชุ๊ชู ฮุฮุ๊ฮูท
เอคโค่ เอคโค่ เอคโค่
มาแระวา ~ มาแระวา ~ มาแระวา ~ มาแระวา
วั๊นทูทรี ~ วั๊นทูทรี ~ วั๊นทูทรี
บู๊ม บูม บู่ม
ดุ ดู ดุ่ ดุ ดู ดู้ว์ คิสสิงยูว์เบบี้
เกิร์ลบริงเดอะบอยส์เซาท์ เกิร์ลบริงเดอะบอยส์เซาท์ เกิร์ลบริงเดอะบอยส์เซาท์ เกิร์ลบริงเดอะบอยส์เซาท์
ไอก๊อทอะบอยโมจิน ไอก๊อทอะบอยชาคัง ไอก๊อทอะบอยแฮนซัมบอย
จริงๆ แล้วการร้องซ้ำคำ/ท่อนเดิมนี่ไม่ได้ผิดแปลกอะไรหรอก ในทฤษฎีดนตรีเราอาจเรียกว่ามันคือโมทีฟ ซึ่งเป็นส่วนที่โดดเด่นในเพลง เราจะใช้โมทีฟซ้ำๆ/ดัดแปลงมันด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้ส่วนนี้ติดหูคนฟัง ตัวอย่างที่ชัดเจนโน้ตง่ายๆ 4 ตัวใน Beethoven Symphony No.5 นั่นเอง
GIRLS' GENERATION = เจ้าแม่ร้องซ้ำ gee gee gee gee, run run run run run, oh oh oh oh,Taxi Taxi Taxi, Bring the boys out! Bring the boys out!
— เมนผอมได้ฉันก็ผอมได้ (@ffranceee) December 1, 2012
มานั่งนับๆ ดู เอ่อ มันก็จริงนะ 555+
จี้ จี้ จี้ จี้ เบบี เบบี เบี
โอะ โอะ โอ โอ๊ะ
รัน รั๊น รัน รั๊น รัน
แท๊กซี่ แท๊กซี่ แท๊กซี่ จุชชี่ จุชชี่ จุชชี่
ทร๊อบเบิล ทร๊อบเบิล ทร๊อบเบิล ชุชุ๊ชู ฮุฮุ๊ฮูท
เอคโค่ เอคโค่ เอคโค่
มาแระวา ~ มาแระวา ~ มาแระวา ~ มาแระวา
วั๊นทูทรี ~ วั๊นทูทรี ~ วั๊นทูทรี
บู๊ม บูม บู่ม
ดุ ดู ดุ่ ดุ ดู ดู้ว์ คิสสิงยูว์เบบี้
เกิร์ลบริงเดอะบอยส์เซาท์ เกิร์ลบริงเดอะบอยส์เซาท์ เกิร์ลบริงเดอะบอยส์เซาท์ เกิร์ลบริงเดอะบอยส์เซาท์
ไอก๊อทอะบอยโมจิน ไอก๊อทอะบอยชาคัง ไอก๊อทอะบอยแฮนซัมบอย
จริงๆ แล้วการร้องซ้ำคำ/ท่อนเดิมนี่ไม่ได้ผิดแปลกอะไรหรอก ในทฤษฎีดนตรีเราอาจเรียกว่ามันคือโมทีฟ ซึ่งเป็นส่วนที่โดดเด่นในเพลง เราจะใช้โมทีฟซ้ำๆ/ดัดแปลงมันด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้ส่วนนี้ติดหูคนฟัง ตัวอย่างที่ชัดเจนโน้ตง่ายๆ 4 ตัวใน Beethoven Symphony No.5 นั่นเอง
Oct 7, 2012
Nessun Dorma
คือปรกติเพลงประกอบโฆษณาที่เป็นเพลงคลาสสิก เคยเจอแต่พวกเพลงบรรเลงแฮะ ไม่ค่อยเจอ aria อะไรอย่างนี้ซักเท่าไหร่ จดเก็บไว้หน่อยๆ :3
Sep 27, 2012
Where Do I Begin?
where do i begin? .... ตอบยากมาก เริ่มไม่ถูกเลยแฮะ พอรู้ตัวอีกทีก็หลงรักเสียงของปู่ไปแล้ว
หลับให้สบายฮะปู่ :'(
P.S. Love means never having to say you're sorry
Sep 22, 2012
Einleitung
ปรกติแล้ว เพลงโหมโรงในโลกของ classical music จะค่อนข้างยาว บางเพลงก็เป็น 10 นาทีเลย ซึ่งมันก็ไม่ได้ peak ตลอดเวลาทั้งเพลง มีส่วนที่ฟังสนุกๆ แค่ไม่เท่าไหร่
แต่ Einleitung ใน Also sprach Zarathustra ของ R. Strauss กลับไม่ใช่อย่างนั้น มันเป็นเพลงโหมโรงสั้นๆ แค่ 2 นาทีที่ทรงพลังอย่างมาก
ยิ่งเอาไปใช้คู่กับบทเปิดตัวกับอะไรก็ตามนี่ สุดยอดมาก >w<)b
Jul 8, 2012
One More Time, One More Chance
วันนี้หยิบเอา 5cm ฉบับการ์ตูนที่เพิ่งออกมาอ่าน พบว่า part 1 เนือยๆ ทำบรรยากาศได้ดีเหมือนกับในหนัง คือก็ไม่น่าเบื่อซะทีเดียว แต่ก็เหมือนว่าตอนนี้ไม่มีจุด peak เอาซะงั้น (มันหลบหายไปพร้อมกับการแสดงออกของตัวเอกนั่นแหละ)
อ่านจบ part 1 จะวางละ ง่วงนอน+ดูจากความหนาแล้ว part 2 ไม่น่าจะเล่าจบได้ในเล่มนี้... แล้วเล่มต่อไปจะออกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ กลัวลงแดงตายซะก่อน...
แต่จนแล้วจนรอด ก็หยิบ part 2 มาอ่านต่อจนได้ ซึ่งต้องยอมรับว่า ประหลาดใจ (แบบไม่ประหลาดใจ) พอสมควร เพราะเนื้อเรื่องเล่าไว้ละเอียดกว่าในหนังมากๆ (ก็ไม่น่าแปลก part 1 ในหนังได้เวลาไปตั้งครึ่งนึงเลย part 2, 3 ก็โดนตัดฉับๆๆ ซะ)
อ่านจบเล่ม (แต่ไม่จบ part) ทนไม่ไหว มาเปิดอ่านภาษาอังกฤษในเน็ตต่อซะ เลยเข้าใจเรื่องราวขึ้นอีกเยอะเลย
และเสียน้ำตาอีกตามเคย TwT
ไปๆ มาๆ รู้ตัวอีกทีก็นั่งดู MV ตัวข้างบนอีกแล้ว...
รถไฟที่วิ่งคั่นกลางระหว่างคนสองคนนั้น ก็ยังคงเป็นฉากที่ทำให้ใจจะขาดเหมือนเช่นทุกที
... แต่จริงๆ แล้วนะ การดับความหวังไปซะเลย ก็ยังดีกว่าปล่อยให้หวังลมแล้งๆ แทบไม่มีทางเป็นจริงสินะ
สุดท้ายก็ได้แต่กลับมาถามตัวเองอีกครั้งว่า ถึงเวลาที่จะก้าวเดินต่อไปหรือยัง?
ปล. อันข้างล่างนี่ สำหรับใครที่อยากให้จบแบบ happy ending นะ :')
Dec 10, 2011
Hava Nagila
ปรกติไม่ค่อยชอบ Andre Rieu เท่าไหร่ เพราะเค้าตีความเพลงคลาสสิกไปในแบบที่เอาใจคนส่วนมาก แทนที่จะรักษาต้นฉบับเอาไว้
แต่กับเพลงแบบนี้ เราว่าใช้ได้เลยนะ ^^
แต่กับเพลงแบบนี้ เราว่าใช้ได้เลยนะ ^^
Aug 20, 2011
Je te veux
ถูกใช้ประกอบเกม Binary Land ด้วย!!!
ปล.ตั้งแต่เล่น twitter มา เดี๋ยวนี้ขี้เกียจ blog อะไรยาวๆ แฮะ - -"
ปล.ตั้งแต่เล่น twitter มา เดี๋ยวนี้ขี้เกียจ blog อะไรยาวๆ แฮะ - -"
Apr 29, 2010
The Show
I'm just a little bit caught in the middle
Life is a maze and love is a riddle
ฮาๆๆ จริงๆ เพลงนี้ไม่ได้เก่าเลยนะ แต่ผมจัดเข้ากรุไปแล้วหละ
แต่จะว่าไป เพลงนี้ก็ไม่ได้มีอะไรใหม่เลย
ไม่เชื่อลองกลับไปฟังเพลง "สุขกันเถอะเรา" สิครับ
โลกคือละคร ทุกตอนต้องแสดง ทุกคนทนไป
อย่าอาลัย ยิ้มกันสู้ไป จะได้สบาย
จะว่าไป ชีวิตคนเรามันก็เหมือนเดินทางอยู่ในเขาวงกตอันซับซ้อน
ทุกคนต้องก้าวเข้ามาเล่นเกมนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ตั้งแต่ลืมตาดูโลก
แต่น้อยคนนัก ที่กำลังรู้ตัวอยู่ว่า เราอยู่ในเขาวงกตอันซับซ้อน
และยิ่งน้อยคนเข้าไปอีก ที่จะสามารถหาวิธีออกได้
จริงๆ แล้ว วิธีที่จะออกจากเขาวงกตนั้นมันง่ายมากๆ เลยหละครับ
ง่ายเสียจนไม่น่าเชื่อว่า มันจะมีวิธีแก้ปัญหาอะไรที่ง่ายกว่านี้ได้อีก
นั่นก็คือ ถ้าเราเลือกที่จะเดินทางซ้าย ก็จงเลือกเดินทางซ้ายเรื่อยๆ
แต่ถ้าตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะเดินทางขวา ก็จงเดินทางขวาเรื่อยๆ
ง่ายมั้ยครับ!
ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ยังมีสิ่งนึงที่ต้องคำนึงถึง (ซึ่งมันก็เป็นกฎของเกมอยู่แล้ว)
คือ เมื่อไหร่ที่เจอทางตัน จงหันหลังกลับทันที!!!
วิธีแก้ปัญหานี้ ถึงแม้จะพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ได้ แต่มันก็ดูไม่เข้าท่านัก
เพราะตอนที่เล่นเกมเขาวงกตบนกระดาษ ย่อมหาทางออกได้สั้นกว่านี้มาก
แล้วมันจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดจริงหรือ?
ใช่ครับ มันไม่ใช่วิธีที่เร็วที่สุดหรอก แต่เราต้องไม่ลืมว่าเราอยู่ในเขาวงกต
ไม่ได้อยู่นอกเขาวงกต แล้วมองย้อนกลับเข้ามาเหมือนเล่นเกมบนกระดาษ
แต่นี่ก็ไม่ใช่สัณนิษฐานที่เลวเลย เพราะถ้าเราสามารถรู้ได้ว่า ทางไหนตัน
เราก็จะไม่เสียเวลาเข้าไปในเส้นทางนั้นครับ
จำไว้นะครับ วิธีที่จะชนะเกมเขาวงกตนี้ได้ คือ
1.เลือกเลยว่าจะซ้ายตลอดหรือขวาตลอด
2.เจอทางตันเมื่อไหร่ หันหลังกลับทันที
เช่นกันกับเกมเขาวงกตแห่งชีวิต วิธีชนะก็ไม่แตกต่างกัน นั่นก็คือ
1.หนักแน่นในสิ่งที่ตนกำลังทำ อย่าเปลี่ยนใจหรือหันหลังกลับเร็วเกินไป
2.แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รู้ว่าสุดสายเป็นทางตัน หันกลับทันทีไม่ต้องคิดเลยครับ
3.สละเวลาเล็กน้อยเพื่อศึกษาเส้นทางอื่น จากคนที่เคยไปทางนั้นมาแล้ว
4.ไม่จำเป็นต้องเดินไปตามทางทีละทาง! เพราะเราแยกร่างได้ในชีวิตจริง
ขอให้ประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิตครับ ^^
อ๋อ สุดท้ายนี้ รู้สึกเสียดายอะไรอย่างนึงเวลาเล่นเกมนี้จังเลยแฮะ
งั้นก็ขอบ่นตามตอนจบของเพลงนี้ละกัน (ไม่ได้เขียนถึงเพลงเล้ย ฮา)
I want my money back
I want my money back
I want my money back
Just enjoy the show
Nov 16, 2009
I Can't Tell You Why
...Nothing's wrong as far as I can see
We make it harder than it has to be
คืนนี้พยายามข่มตาให้หลับ แต่ก็หลับไม่ลง
แล้วอยู่ๆ ท่อนนี้ของเพลงก็ดังขึ้นมาในหัว
ใช่แล้วหละ ชีวิตเราช่างเหมือนกับเพลงนี้เสียจริง
สิ่งที่ร้ายๆ ที่เราพบมันนั้น
แท้จริงแล้วไม่ได้ยากเกินไปกว่าที่จะก้าวข้ามมันเลย
แต่กลับกลายเป็นเราเอง ที่ทำให้มันยากขึ้นกว่าเดิม
จนหลายครั้งก็ถอดใจที่จะก้าวต่อ
รู้จักเพลงนี้มานานนนนนนนนนมากครับ
นานแบบว่า ลืมไปแล้วว่าไปรู้จักตอนไหน
จำได้แค่ว่า ตอนเริ่มซื้อคอมฯใหม่ๆ ช่วงป.5
อินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย หา mp3 ยากมาก
แต่ก็อยากเปิดเพลงฟังในคอมฯ เพราะมันเทห์ดี
ถึงขั้นเปิดเทปในวิทยุ แล้วก็จ่อไมค์อัดเสียงลงไป
ตอนนั้นยังไม่มีโปรแกรมแปลงเป็น mp3 เลย
ส่วนไอ่การจ่อไมค์นั้น ก็ทำคุณภาพดร็อปลงไปอีกมากโข
เสียงที่ได้จึงไม่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ยังฟัง
จนกระทั่งข้างบ้านไปได้เพลงนี้มาจากไหนก็ไม่รู้
เลยเอาแผ่นฟล๊อปปี้ดิกส์ไปก็อปมาฟัง
จะก๊อปตรงๆ ก็ไม่ได้อีก เพราะขนาดไฟล์ใหญ่เกินความจุ
ต้องหาโปรแกรมซิปมาแยกไฟล์-ต่อไฟล์ให้วุ่นวาย
แถมตอนนั้น แผ่นที่ใช้ได้ดันมีเหลือแผ่นเดียวพอดี
ได้เดินไปเดินกลับตั้งหลายรอบกว่าจะเสร็จ
พอหมดยุคของเทปคลาสเซต (ทางบ้าน)
ก็ก้าวกระโดดไปที่ยุคของดีวีดีเลย (555)
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หาดีวีดีเพลงนี้นานมาก
กว่าจะได้มาก็ต้องไปถึงแม่สายโน่นแหนะ
แล้วก็นะ อุตสาห์ได้แผ่นมาทั้งที
แต่เครื่องเล่นหนังที่บ้านยังเป็นซีดีอยู่เลย
ได้ลงทุนเปลี่ยนเป็นเครื่องดีวีดีเพื่อแผ่นนี้แผ่นแรก
จนเมื่อขายรถเก่าไปแล้ว รถใหม่มีแต่ช่องใส่ซีดี
เทปเพลงที่มีอยู่ก็ดูเหมือนจะหมดประโยชน์
เลยไปหาซีดีเพลงนี้มาติดรถไว้ฟังอีกจนได้
แม้ว่าจะยากลำบากเพียงไหนในการหาเพลงนี้มาฟัง
แต่ก็ยังทำไปเพราะอยากฟังเพลงนี้จับจิต
อาจเป็นเพราะเสียงร้องที่มีเสน่ห์ของ Timothy B. Schmit
หรืออาจเป็นเพราะท่วงทำนองที่ฟังแล้วเหมือนตรึงเราอยู่กับที่
แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็บอกไม่ได้หรอก เพราะอะไรผมถึงได้ทำไป
เพราะว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
...I can't tell you why...
ฟังมาตั้งนาน ลงทุนลงแรงกับมันไปเยอะ
แต่ก็พึ่งจะมาเข้าใจความหมายแท้จริง
ใช่แล้ว บางทีเราก็บอกไม่ได้หรอก
ว่าทำไมถึงได้ทำสิ่งนั้นลงไป
แต่ผลสุดท้ายแล้วนั้น
เพลงนี้ ก็เหมือนกับชีวิตผมตอนนี้นั่นแหละ
Every time I try to walk away
Something makes me turn around and stay
And I can't tell you why...
We make it harder than it has to be
คืนนี้พยายามข่มตาให้หลับ แต่ก็หลับไม่ลง
แล้วอยู่ๆ ท่อนนี้ของเพลงก็ดังขึ้นมาในหัว
ใช่แล้วหละ ชีวิตเราช่างเหมือนกับเพลงนี้เสียจริง
สิ่งที่ร้ายๆ ที่เราพบมันนั้น
แท้จริงแล้วไม่ได้ยากเกินไปกว่าที่จะก้าวข้ามมันเลย
แต่กลับกลายเป็นเราเอง ที่ทำให้มันยากขึ้นกว่าเดิม
จนหลายครั้งก็ถอดใจที่จะก้าวต่อ
รู้จักเพลงนี้มานานนนนนนนนนมากครับ
นานแบบว่า ลืมไปแล้วว่าไปรู้จักตอนไหน
จำได้แค่ว่า ตอนเริ่มซื้อคอมฯใหม่ๆ ช่วงป.5
อินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย หา mp3 ยากมาก
แต่ก็อยากเปิดเพลงฟังในคอมฯ เพราะมันเทห์ดี
ถึงขั้นเปิดเทปในวิทยุ แล้วก็จ่อไมค์อัดเสียงลงไป
ตอนนั้นยังไม่มีโปรแกรมแปลงเป็น mp3 เลย
ส่วนไอ่การจ่อไมค์นั้น ก็ทำคุณภาพดร็อปลงไปอีกมากโข
เสียงที่ได้จึงไม่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ยังฟัง
จนกระทั่งข้างบ้านไปได้เพลงนี้มาจากไหนก็ไม่รู้
เลยเอาแผ่นฟล๊อปปี้ดิกส์ไปก็อปมาฟัง
จะก๊อปตรงๆ ก็ไม่ได้อีก เพราะขนาดไฟล์ใหญ่เกินความจุ
ต้องหาโปรแกรมซิปมาแยกไฟล์-ต่อไฟล์ให้วุ่นวาย
แถมตอนนั้น แผ่นที่ใช้ได้ดันมีเหลือแผ่นเดียวพอดี
ได้เดินไปเดินกลับตั้งหลายรอบกว่าจะเสร็จ
พอหมดยุคของเทปคลาสเซต (ทางบ้าน)
ก็ก้าวกระโดดไปที่ยุคของดีวีดีเลย (555)
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หาดีวีดีเพลงนี้นานมาก
กว่าจะได้มาก็ต้องไปถึงแม่สายโน่นแหนะ
แล้วก็นะ อุตสาห์ได้แผ่นมาทั้งที
แต่เครื่องเล่นหนังที่บ้านยังเป็นซีดีอยู่เลย
ได้ลงทุนเปลี่ยนเป็นเครื่องดีวีดีเพื่อแผ่นนี้แผ่นแรก
จนเมื่อขายรถเก่าไปแล้ว รถใหม่มีแต่ช่องใส่ซีดี
เทปเพลงที่มีอยู่ก็ดูเหมือนจะหมดประโยชน์
เลยไปหาซีดีเพลงนี้มาติดรถไว้ฟังอีกจนได้
แม้ว่าจะยากลำบากเพียงไหนในการหาเพลงนี้มาฟัง
แต่ก็ยังทำไปเพราะอยากฟังเพลงนี้จับจิต
อาจเป็นเพราะเสียงร้องที่มีเสน่ห์ของ Timothy B. Schmit
หรืออาจเป็นเพราะท่วงทำนองที่ฟังแล้วเหมือนตรึงเราอยู่กับที่
แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็บอกไม่ได้หรอก เพราะอะไรผมถึงได้ทำไป
เพราะว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
...I can't tell you why...
ฟังมาตั้งนาน ลงทุนลงแรงกับมันไปเยอะ
แต่ก็พึ่งจะมาเข้าใจความหมายแท้จริง
ใช่แล้ว บางทีเราก็บอกไม่ได้หรอก
ว่าทำไมถึงได้ทำสิ่งนั้นลงไป
แต่ผลสุดท้ายแล้วนั้น
เพลงนี้ ก็เหมือนกับชีวิตผมตอนนี้นั่นแหละ
Every time I try to walk away
Something makes me turn around and stay
And I can't tell you why...
Oct 3, 2009
You’ve Got a Friend
You just call out my name
and you know wherever I am
I'll come running to see you again.
ขอเพียงแต่เขียนมา ขอเพียงส่งเสียงมา
จะไปในทันใด จะไปยืนเคียงข้างเธอ
จะไปดูแลเป็นเพื่อนเธอ ให้เธอหมดความกังวลใจ
สวัสดีหลังจากที่ไม่ได้อัพอะไรมานานมากกกกกกกกก
หลังจากที่ได้อัพติดกันถี่ๆ แล้ว อัพบ้างไม่อัพบ้างคราวนี้รู้สึกดีจัง
สงสัยเป็นเพราะถ้าต้องเค้นพลังสมองมาอัพ จะคิดไม่ค่อยออก
แต่พอปล่อยตัวให้ว่าง กลับทำได้ง่ายๆ เลย เย่ๆๆ
ก็เหมือนเพลงนี้แหละครับ
ไม่ต้องคิดถึงตลอดเวลา แต่ถ้าต้องการเมื่อไหร่จะมาทันที
เพื่อนกัน ก็ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันสิ จริงมั้ย...
...แวะมาอัพสั้นๆ พอดีนอนไม่ค่อยหลับ
แล้วเพลงนี้ก็วิ๊งขึ้นมาในหัวพอดี ^^
อยากเก็บมาเล่าขานซ้ำอีกครั้งครับ
Winter, Spring, Summer, or Fall,
All you have to do is call
And I'll be there, You've got a friend.
Mar 17, 2009
ซ้อมเบาๆ ร้องเกะดังๆ
วันนี้ตื่น 9 โมงเช้าเพราะคนที่คิดถึงโทรมาปลุก
ดีใจจังเลยที่ได้ยินเสียงเธอเป็นคนแรกของวัน
วันนี้ต้องเป็นวันที่ดีแน่นอนเลย ^^
(ถึงแม้ว่าแบ๊ตมือถือจะหมดก็เถอะนะ)
ข้าวเช้าเป็นไก่จ๊อทอด เยอะมากเลยกินไม่หมด
พอจัดแจงอะไรนิดหน่อยแล้วก็ออกบ้าน
เบนโทรมาเปลี่ยนที่ซ้อมตั้งสองครั้งแหนะ
ตอนแรกเปลี่ยนจากห้องชมรมเป็นภาคคณิตฯ
แล้วก็เปลี่ยนเป็นร้านต้นหมากล้อมที่เซ็นทรัล
อึ่ม... อ้างที่แล้วเปลี่ยนๆ แบบนี้ มีอะไรแน่เลย ^^"
แล้วก็เป็นจริง เพราะว่าวันเกิดแบงค์ใกล้เข้ามาละ
ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นวันที่ 20 นี่หละมั้ง
แต่ตอนนันก็ไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันเพราะแข่งกีฬา
วันนี้เลยว่าจะมาฉลองกันซักหน่อย
ไปถึงได้ดูพี่วันเล่นกะเบนตอนใกล้ๆ จบกระดาน
แล้วก็นั่งฟังคอมเมนต์เกม อึ่ม พี่วันก็เก่งนี่หน่า
ฟังจบก็ถึงเมนครอส คือแข่งกับพี่วันหนึ่งกระดาน
อุตสาห์โชคดีทายได้ดำแล้ว แต่ทำไม๊ต้องโดนหลอก
โดนจับกินไปกลุ่มนึง แพ้ขาดลอยไปเลย T_T
ซ้อมเสร็จบ่ายสองกว่าๆ โทรถามพี่ณัฐว่าจะไปกี่โมง
ดันบอกว่าปอยไม่ว่าง แคนเซิลซะงั้น...
เอาเหอะ อย่างน้อยก็กินเลี้ยงแบงค์ก็ได้ อิอิ
ข้าวกลางวัน+เย็นเลยเป็นพิซซ่า โปรโมชัน 1 แถม 1
สั่งถาดใหญ่ ขอบไส้กรอกอีก อือหือ 16 ชิ้นเชียวนะ
กินกัน 5 คน ตอนแรกนึกว่าจะไม่หมดซะละ
(บิวตี้แอบกินน้อย กินไป 2 ชิ้นเองอะ...)
ระหว่างที่กินพิซซ่านั้น ก็ร้องเกะที่ซิงอะลองไปด้วย
รู้สึกว่าเพลงนี้เพราะเป็นพิเศษแฮะ
โลกหมุนด้วยความรัก จาก Crescendo อัลบัมแรกเลยหละ
ถึงซับซ้อนแต่สวยงาม ทั้งขื่นขมและอมหวาน
แม้สับสนอยู่เหมือนกัน แต่ฉันยังพอใจ
ร้อนก็ร้อนอยู่เดี๋ยวเดียว เดี๋ยวก็ซึ้งก็สดใส
ทุกโชคร้ายก็หายไป รักให้ครบทุกอย่าง
...อึ่ม ซับซ้อนจนไม่รู้จะว่ายังไงเลยหละ ^^"
แต่ก็รู้สึกดีนะ ใช่ รู้สึกดีแม้จะมีทุข์บ้างในบางครั้งก็เถอะ
เพราะเมื่อผ่านทุกข์ไปได้แล้ว ความสุขมากมายยังรออยู่
(*) เจอมาร้ายดียังไง แต่ใจก็ยังต้องการ
ในทุกทุกวัน โลกหมุนด้วยความรัก
แม้ว่าจะเคยเจ็บปวดมาบ้าง แต่ก็ยังคงรักอยู่
เพราะว่าโลกนี้หมุนด้วยความรักจริงๆ แหละ
มีอีกหลายต่อหลายคน เขาอดทนก็เพื่อรัก
รักผลักดันให้รู้จัก ให้หาหนทางใหม่
ฉันจะล้มตั้งหลายที ดีที่รักมาฉุดไว้
รักสร้างสรรสิ่งมากมาย และหลอมละลายทุกหัวใจ ...ซ้ำ(*)
ขอบใจมากๆ นะ ที่อดทนหลายสิ่งเพื่อฉันมาตลอด
ขอใจมากๆ นะ ที่ช่วยฉุดฉันขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง
(**) ความรักเปรียบเสมือน เหมือนอากาศ
ที่มันช่วยหล่อเลี้ยง ให้ทุกชีวิตได้คงอยู่
มีลมหายใจ โลกจึงยังงดงาม
~
หากว่ายังมีรัก ชีวิตยังมีหวังรออยู่
ยังอุ่นหัวใจ โลกหมุนด้วยความรัก
ยังสงสัยอยู่ว่า ถ้าไม่มีรักแล้ว ชีวิตฉันจะเป็นยังไงบ้าง
เชื่อแล้วจริงๆ ว่า โลกนี้หมนุได้ด้วยความรัก ^^
ผ่านมาตั้งนานแสนนาน แต่พึ่งจะซึ้งสุดใจกับเพลงนี้เป็นครั้งแรก
หัวช้าจังเลยเนาะ เราเนี่ย ^^"
ร้องเกะเสร็จก็ไปส่งบิวตี้ที่บ้านทางดอยสะเก็ด
กลับถึงบ้านสองทุ่มนิดๆ จัดกระเป๋าเตรียมเดินทาง
ไม่ได้อยู่เชียงใหม่ตั้งนาน จะมีใครคิดถึงเราบ้างน้า
ดีใจจังเลยที่ได้ยินเสียงเธอเป็นคนแรกของวัน
วันนี้ต้องเป็นวันที่ดีแน่นอนเลย ^^
(ถึงแม้ว่าแบ๊ตมือถือจะหมดก็เถอะนะ)
ข้าวเช้าเป็นไก่จ๊อทอด เยอะมากเลยกินไม่หมด
พอจัดแจงอะไรนิดหน่อยแล้วก็ออกบ้าน
เบนโทรมาเปลี่ยนที่ซ้อมตั้งสองครั้งแหนะ
ตอนแรกเปลี่ยนจากห้องชมรมเป็นภาคคณิตฯ
แล้วก็เปลี่ยนเป็นร้านต้นหมากล้อมที่เซ็นทรัล
อึ่ม... อ้างที่แล้วเปลี่ยนๆ แบบนี้ มีอะไรแน่เลย ^^"
แล้วก็เป็นจริง เพราะว่าวันเกิดแบงค์ใกล้เข้ามาละ
ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นวันที่ 20 นี่หละมั้ง
แต่ตอนนันก็ไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันเพราะแข่งกีฬา
วันนี้เลยว่าจะมาฉลองกันซักหน่อย
ไปถึงได้ดูพี่วันเล่นกะเบนตอนใกล้ๆ จบกระดาน
แล้วก็นั่งฟังคอมเมนต์เกม อึ่ม พี่วันก็เก่งนี่หน่า
ฟังจบก็ถึงเมนครอส คือแข่งกับพี่วันหนึ่งกระดาน
อุตสาห์โชคดีทายได้ดำแล้ว แต่ทำไม๊ต้องโดนหลอก
โดนจับกินไปกลุ่มนึง แพ้ขาดลอยไปเลย T_T
ซ้อมเสร็จบ่ายสองกว่าๆ โทรถามพี่ณัฐว่าจะไปกี่โมง
ดันบอกว่าปอยไม่ว่าง แคนเซิลซะงั้น...
เอาเหอะ อย่างน้อยก็กินเลี้ยงแบงค์ก็ได้ อิอิ
ข้าวกลางวัน+เย็นเลยเป็นพิซซ่า โปรโมชัน 1 แถม 1
สั่งถาดใหญ่ ขอบไส้กรอกอีก อือหือ 16 ชิ้นเชียวนะ
กินกัน 5 คน ตอนแรกนึกว่าจะไม่หมดซะละ
(บิวตี้แอบกินน้อย กินไป 2 ชิ้นเองอะ...)
ระหว่างที่กินพิซซ่านั้น ก็ร้องเกะที่ซิงอะลองไปด้วย
รู้สึกว่าเพลงนี้เพราะเป็นพิเศษแฮะ
โลกหมุนด้วยความรัก จาก Crescendo อัลบัมแรกเลยหละ
ถึงซับซ้อนแต่สวยงาม ทั้งขื่นขมและอมหวาน
แม้สับสนอยู่เหมือนกัน แต่ฉันยังพอใจ
ร้อนก็ร้อนอยู่เดี๋ยวเดียว เดี๋ยวก็ซึ้งก็สดใส
ทุกโชคร้ายก็หายไป รักให้ครบทุกอย่าง
...อึ่ม ซับซ้อนจนไม่รู้จะว่ายังไงเลยหละ ^^"
แต่ก็รู้สึกดีนะ ใช่ รู้สึกดีแม้จะมีทุข์บ้างในบางครั้งก็เถอะ
เพราะเมื่อผ่านทุกข์ไปได้แล้ว ความสุขมากมายยังรออยู่
(*) เจอมาร้ายดียังไง แต่ใจก็ยังต้องการ
ในทุกทุกวัน โลกหมุนด้วยความรัก
แม้ว่าจะเคยเจ็บปวดมาบ้าง แต่ก็ยังคงรักอยู่
เพราะว่าโลกนี้หมุนด้วยความรักจริงๆ แหละ
มีอีกหลายต่อหลายคน เขาอดทนก็เพื่อรัก
รักผลักดันให้รู้จัก ให้หาหนทางใหม่
ฉันจะล้มตั้งหลายที ดีที่รักมาฉุดไว้
รักสร้างสรรสิ่งมากมาย และหลอมละลายทุกหัวใจ ...ซ้ำ(*)
ขอบใจมากๆ นะ ที่อดทนหลายสิ่งเพื่อฉันมาตลอด
ขอใจมากๆ นะ ที่ช่วยฉุดฉันขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง
(**) ความรักเปรียบเสมือน เหมือนอากาศ
ที่มันช่วยหล่อเลี้ยง ให้ทุกชีวิตได้คงอยู่
มีลมหายใจ โลกจึงยังงดงาม
~
หากว่ายังมีรัก ชีวิตยังมีหวังรออยู่
ยังอุ่นหัวใจ โลกหมุนด้วยความรัก
ยังสงสัยอยู่ว่า ถ้าไม่มีรักแล้ว ชีวิตฉันจะเป็นยังไงบ้าง
เชื่อแล้วจริงๆ ว่า โลกนี้หมนุได้ด้วยความรัก ^^
ผ่านมาตั้งนานแสนนาน แต่พึ่งจะซึ้งสุดใจกับเพลงนี้เป็นครั้งแรก
หัวช้าจังเลยเนาะ เราเนี่ย ^^"
ร้องเกะเสร็จก็ไปส่งบิวตี้ที่บ้านทางดอยสะเก็ด
กลับถึงบ้านสองทุ่มนิดๆ จัดกระเป๋าเตรียมเดินทาง
ไม่ได้อยู่เชียงใหม่ตั้งนาน จะมีใครคิดถึงเราบ้างน้า
Sep 22, 2007
L-O-V-E
|
|
|
|
|
Aug 24, 2007
The One You Love
Are you gonna stay with the one who loves you,
Or are you goin' back to the one you love?
...
นอกจากเสียงใสๆ ของทรัมเป็ตช่วงโซโล
ท่วงทำนองที่ระรื่นหู ฟังไม่เคยเบื่อ
และเสียงนุ่มละไมของเกลนน์ เฟรย์แล้ว
เพลงนี้ยังเป็นเพลงที่เนื้อหาดีมาก
ย้อนกลับไปตอนม.3 (พ.ศ.2547)
เป็นช่วงที่ผมตะลุยฟังเพลงสากล
เพราะอยากคุยกับครูฝรั่งรู้เรื่อง
(เลยต้องปรับหูให้รับได้ซักหน่อย)
เพื่อให้เงินในกระปุกเหลือมากที่สุด
ก็ต้องขุดของเก่าของแม่มาฟัง
ซึ่งก็มีแต่เทปรวมเพลงฮิตทั้งนั้น
(ไม่ค่อยมีอัลบั้มเดี่ยวเลย ^^")
เพลงนี้เป็นเพลงแรกของด้าน B
แต่เพลงสุดท้ายของด้าน A จบเร็ว
ทำให้คนใจร้อนอย่างผม "พลาด"
พลาดโอกาสในการฟังเพลงดีๆ ไป
เพราะเมื่อกลับด้านเทปด้วยมือแล้ว
เพลงที่ 2 ของด้าน B ก็เริ่มทันที
เคยสงสัยเหมือนกันว่า
ทำไมด้าน A ไม่อัดเพลงอีกซักเพลง
จะได้บาลานส์กันหน่อย ^^"
เด็กสมัยนี้คงไม่รู้ว่านี่เป็นปัญหาใหญ่
เพราะเดี๋ยวนี้อยากจะฟังแทรกไหน
ก็เลือกได้โดยไม่ต้องเสียเวลากะ
เปรียบเหมือนกับการหาคำศัพท์
เปิดหาจากโปรแกรมก็เร็วทันใจ
แต่ถ้าเปิดหาจากพจนานุกรม
บางทีก็สะดุดตากับศัพท์แปลกๆ
กว่าจะรู้ตัวก็อ่านศัพท์ใหม่เพลิน
จนลืมไปเลยว่าจะหาคำว่าอะไรแน่
...นี่อาจเป็นอีกเหตุผลว่าทำไม
เด็กสมัยนี้ไม่เก่งเท่าเด็กสมัยก่อน
ส่วนเนื้อหาที่ผมว่าดีนั้นเป็นอย่างไร
ก็ต้องลองฟังและแปลเองละกันครับ
ไม่ผิดหวังหรอกครับ ^^
...
Someone's gonna cry when they learn they've lose you.
Someone's gonna thank the star above.
Aug 13, 2007
My Way
สัปดาห์นี้อัพเลท ^^" ขออภัยด้วยครับ
วันแม่ที่ผ่านมาทำอะไรกับไปบ้างครับ?
หวังว่ามันจะเป็นความทรงจำดีๆ นะครับ
ฟังเพลงดีกว่า~
...My Way.
(จำ+ประทับใจตอนจบ)
โชคดีหน่อย... ที่เพลงนี้หาง่ายมาก
เข้า google แล้วพิมพ์ my way ก็เจอ
ฟังครั้งแรกตอนไปเที่ยวต่างจังหวัด
หลายปีมาแล้วด้วย...
ตอนนั้นก็เปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยๆ
ไม่ได้สนใจอะไรเลย
จนเจอช่องหนึ่ง ถ่ายทอดคอนเสริท
คงจะไม่สดนั่นแหละเนาะ เหอะๆๆ
ซึ่งเราก็โชคดี้ เปิดไปเจอตอนจบพอดี
ได้ยินเสียงร้องแค้ มายเวย์
แต่รู้สึกได้เลยว่า มันทรงพลังมากๆ
จนต้องหามาฟังอีกครั้งหนึ่ง
ครั้งแรกก็คือเปิดคาราโอเกะ
พิมพ์ my way โอ้... มีด้วยแฮะ ^^
แต่พอร้องไปได้ซักพัก เอ้...
ทำไมตอนโปรดไม่ออกมาซักทีหว่า?
เลยพาลคิดว่า มันไม่ใช่ซะละ
ก็เลิกร้อง แล้วหาเพลงอื่นร้องแทน
จนกระทั่งได้มากินอาหารที่ร้านนึง
เค้าเปิดเพลงนี้ด้วย
เป็นร้านอาหารอนุรักษ์ดีจังเนาะ ^^"
เมื่อลองฟังใหม่ในเวลาที่ผ่านไป
อึ่ม... มันก็เพราะทั้งเพลงนะ
แต่ยังไงผมก็ว่าท่อนสุดท้ายนี่หละ
ทรงพลังสุดๆ ไปเลยครับ
ลองหามาฟังดูนะครับ
ทรงพลัง อย่างแรง
วันแม่ที่ผ่านมาทำอะไรกับไปบ้างครับ?
หวังว่ามันจะเป็นความทรงจำดีๆ นะครับ
ฟังเพลงดีกว่า~
...My Way.
(จำ+ประทับใจตอนจบ)
โชคดีหน่อย... ที่เพลงนี้หาง่ายมาก
เข้า google แล้วพิมพ์ my way ก็เจอ
ฟังครั้งแรกตอนไปเที่ยวต่างจังหวัด
หลายปีมาแล้วด้วย...
ตอนนั้นก็เปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยๆ
ไม่ได้สนใจอะไรเลย
จนเจอช่องหนึ่ง ถ่ายทอดคอนเสริท
คงจะไม่สดนั่นแหละเนาะ เหอะๆๆ
ซึ่งเราก็โชคดี้ เปิดไปเจอตอนจบพอดี
ได้ยินเสียงร้องแค้ มายเวย์
แต่รู้สึกได้เลยว่า มันทรงพลังมากๆ
จนต้องหามาฟังอีกครั้งหนึ่ง
ครั้งแรกก็คือเปิดคาราโอเกะ
พิมพ์ my way โอ้... มีด้วยแฮะ ^^
แต่พอร้องไปได้ซักพัก เอ้...
ทำไมตอนโปรดไม่ออกมาซักทีหว่า?
เลยพาลคิดว่า มันไม่ใช่ซะละ
ก็เลิกร้อง แล้วหาเพลงอื่นร้องแทน
จนกระทั่งได้มากินอาหารที่ร้านนึง
เค้าเปิดเพลงนี้ด้วย
เป็นร้านอาหารอนุรักษ์ดีจังเนาะ ^^"
เมื่อลองฟังใหม่ในเวลาที่ผ่านไป
อึ่ม... มันก็เพราะทั้งเพลงนะ
แต่ยังไงผมก็ว่าท่อนสุดท้ายนี่หละ
ทรงพลังสุดๆ ไปเลยครับ
ลองหามาฟังดูนะครับ
ทรงพลัง อย่างแรง
Jul 27, 2007
Moon River
วันนี้อัพ 2 ตอนติดเลยครับ ^^"
(ไม่อยากเอามารวมเป็นเอนทรีเดียวอะครับ
ถ้าอ่านเอนทรีโน้นแล้วคงเดาออกว่าทำไม)
หยุดหลายวันติดกันนี้ ถ้าว่างพอ
อาจจะเขียนได้อีกซักเอนทรีครับ
ยังไงก็ติดตามละกันครับ
เริ่มฟังเพลงกันเลยดีกว่าครับ
Moon River, wider than a mile,
I'm crossing you in style some day.
เพลงอันโด่งดังของแอนดี้ วิลเลียมส์
ผมได้ยินครั้งแรกจากซีรีย์หนังจีน
(เพลงจีนก็มีให้เลือกใช้ตั้งเยอะเยะ
แต่ดันเอาเพลงอังกฤษไปประกอบ)
ว่าไปแล้ว ไม่น่าลืมเพลงคุ้นหู้พลงนี้เลย
แต่จนแล้วจนรอด ก็ดันลืมซะได้ T_T
สงสัยตอนรู้ชื่อเพลงนี้ง่ายไปหน่อย
เลยพาลทำให้ลืมไปได้ง่ายเช่นกัน
แล้วเมื่อไม่นาน ก็เกิดเหตุน่าปวดหัวขึ้น
คือชื่อเพลงมันติดที่ริมฝีปาก
เล่นเอาหลับไม่ลงไปทั้งคืนเลยนะเนี่ย
จนต้องลุกมาหาในเน็ตตอนตี 2 นิดๆ
หาไปก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะฮัมได้นิดเดียว
โชคยังดีที่จำชื่อคนร้องได้เลาๆ
แต่พอหาเนื้อเพลงมาแล้ว รู้สึกว่าไม่ใช่
ก็ต้องไปโหลดมาฟังอีก ทีละเพลงๆ
โชคดีหน่อย ที่เพลงนี้ติดท๊อปฮิต
เลยไม่ต้องโหลดเพลงมามากซักเท่าไหร่
กว่าจะได้นอนก็ตี 3 ครึ่ง
แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้นอนเลย
ยังไงก็หาฟังกันให้ได้นะครับ ^^
(ไม่อยากเอามารวมเป็นเอนทรีเดียวอะครับ
ถ้าอ่านเอนทรีโน้นแล้วคงเดาออกว่าทำไม)
หยุดหลายวันติดกันนี้ ถ้าว่างพอ
อาจจะเขียนได้อีกซักเอนทรีครับ
ยังไงก็ติดตามละกันครับ
เริ่มฟังเพลงกันเลยดีกว่าครับ
Moon River, wider than a mile,
I'm crossing you in style some day.
เพลงอันโด่งดังของแอนดี้ วิลเลียมส์
ผมได้ยินครั้งแรกจากซีรีย์หนังจีน
(เพลงจีนก็มีให้เลือกใช้ตั้งเยอะเยะ
แต่ดันเอาเพลงอังกฤษไปประกอบ)
ว่าไปแล้ว ไม่น่าลืมเพลงคุ้นหู้พลงนี้เลย
แต่จนแล้วจนรอด ก็ดันลืมซะได้ T_T
สงสัยตอนรู้ชื่อเพลงนี้ง่ายไปหน่อย
เลยพาลทำให้ลืมไปได้ง่ายเช่นกัน
แล้วเมื่อไม่นาน ก็เกิดเหตุน่าปวดหัวขึ้น
คือชื่อเพลงมันติดที่ริมฝีปาก
เล่นเอาหลับไม่ลงไปทั้งคืนเลยนะเนี่ย
จนต้องลุกมาหาในเน็ตตอนตี 2 นิดๆ
หาไปก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะฮัมได้นิดเดียว
โชคยังดีที่จำชื่อคนร้องได้เลาๆ
แต่พอหาเนื้อเพลงมาแล้ว รู้สึกว่าไม่ใช่
ก็ต้องไปโหลดมาฟังอีก ทีละเพลงๆ
โชคดีหน่อย ที่เพลงนี้ติดท๊อปฮิต
เลยไม่ต้องโหลดเพลงมามากซักเท่าไหร่
กว่าจะได้นอนก็ตี 3 ครึ่ง
แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้นอนเลย
ยังไงก็หาฟังกันให้ได้นะครับ ^^
ดนตรี ใกล้ตาย
เคยมีการ์ตูนเรื่องหนึ่งเขียนไว้ว่า
When I was young, I loved to listen to rock 'n' roll on the radio!
As my tasted matured, I switched to jazz!
After a while, I learned to appreciante classical music!
Then, as I grew older, all I listened to was talk radio!
Now I prefer the best sound of all...
Silence!
(ไม่ขอแปลนะครับ ง่ายๆ ได้ใจความ)
รู้สึกว่าช่วงนี้ ผมจะจับแผ่น Classic บ่อยเป็นพิเศษ
ไม่ใช่ว่าแนวอื่นไม่สนุกนะครับ ยังคงฟังได้เรื่อยๆ
อย่างที่ผ่านๆ มาผมก็ยุ่งกับ Jazz ไปปีครึ่ง
โดยเริ่มจากหนังเรื่อง Swing Girls
ก่อนหน้านั้นก็ลุยฟังเพลงภาษาอังกฤษทุกประเภท
จากการที่ติดรายการวิทยุเพลงต่างประเทศ
ตอนที่ยังเด็กๆ นั้นก็ฟังเพลงไทยสากล ป๊อป/ร๊อค
และเพลงไทยยุคเก่าๆ ที่พ่อแม่เปิดฟังกัน
ทุกเพลงที่ผ่านมาก็สนุกหมด
แต่จะมีซักกี่เพลงกัน ที่ตรึงใจไปนานแสนนาน
Classic เป็นหนึ่งในคำตอบตัวเป้งเลยหละครับ
ผ่านแดดฝนหลายร้อยปี มนต์เสน่ห์มิมีคลาย
ตอนนี้ผมหลงรักเพลงคลาสสิกเข้าซะแล้วครับ
เพราะเพลงมันฟังง่าย ตีความได้หลายหลาย
และที่สำคัญ ผมฟังเพลงคลาสสิกแล้วสนุก
แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่า ผมแก่แล้วด้วย...
พูดกันตรงๆ ผมว่าผม "แก่" ด้านดนตรีซะแล้ว
"แก่ประสบการณ์" หรือ "อิ่มตัว" นั่นแหละครับ
...แล้วมันดีมั้ย?
ดีก็คือ เราจะได้พักผ่อนจากเรื่องนั้นๆ ซักที
ไม่ดีก็คือ เราไม่มีแรงจูงใจในเรื่องนั้นเหลืออยู่
ภาษาชาวบ้านก็คือ "หมดไฟ" นั่นเอง
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะฟังเพลงคลาสสิก
แล้วยังรู้สึกได้ว่ามันสนุกอยู่ได้อีกนานแค่ไหน
ชีวิตด้านดนตรีของผมคงใกล้ตายแล้วจริงๆ
เสียดาย หรือว่ายินดี?
เปล่าครับ ผมไม่รู้สึกอะไรกับมันซักอย่าง
ปล.ถึงผมจะตายไปจากดนตรีจริงๆ
ผมก็จะเขียน "เพลงนี้ไม่มีลืม" ต่อ
และอาจจะเขียนเรื่องใหม่ๆ ด้วย
เพราะอย่างน้อยๆ
ผมก็เคยมีความรู้สึกดีๆ ให้กับดนตรีครับ
และก็ขอให้ทุกๆ คนมีความสุขและสนุกกับดนตรีนะครับ
When I was young, I loved to listen to rock 'n' roll on the radio!
As my tasted matured, I switched to jazz!
After a while, I learned to appreciante classical music!
Then, as I grew older, all I listened to was talk radio!
Now I prefer the best sound of all...
Silence!
(ไม่ขอแปลนะครับ ง่ายๆ ได้ใจความ)
รู้สึกว่าช่วงนี้ ผมจะจับแผ่น Classic บ่อยเป็นพิเศษ
ไม่ใช่ว่าแนวอื่นไม่สนุกนะครับ ยังคงฟังได้เรื่อยๆ
อย่างที่ผ่านๆ มาผมก็ยุ่งกับ Jazz ไปปีครึ่ง
โดยเริ่มจากหนังเรื่อง Swing Girls
ก่อนหน้านั้นก็ลุยฟังเพลงภาษาอังกฤษทุกประเภท
จากการที่ติดรายการวิทยุเพลงต่างประเทศ
ตอนที่ยังเด็กๆ นั้นก็ฟังเพลงไทยสากล ป๊อป/ร๊อค
และเพลงไทยยุคเก่าๆ ที่พ่อแม่เปิดฟังกัน
ทุกเพลงที่ผ่านมาก็สนุกหมด
แต่จะมีซักกี่เพลงกัน ที่ตรึงใจไปนานแสนนาน
Classic เป็นหนึ่งในคำตอบตัวเป้งเลยหละครับ
ผ่านแดดฝนหลายร้อยปี มนต์เสน่ห์มิมีคลาย
ตอนนี้ผมหลงรักเพลงคลาสสิกเข้าซะแล้วครับ
เพราะเพลงมันฟังง่าย ตีความได้หลายหลาย
และที่สำคัญ ผมฟังเพลงคลาสสิกแล้วสนุก
แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่า ผมแก่แล้วด้วย...
พูดกันตรงๆ ผมว่าผม "แก่" ด้านดนตรีซะแล้ว
"แก่ประสบการณ์" หรือ "อิ่มตัว" นั่นแหละครับ
...แล้วมันดีมั้ย?
ดีก็คือ เราจะได้พักผ่อนจากเรื่องนั้นๆ ซักที
ไม่ดีก็คือ เราไม่มีแรงจูงใจในเรื่องนั้นเหลืออยู่
ภาษาชาวบ้านก็คือ "หมดไฟ" นั่นเอง
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมจะฟังเพลงคลาสสิก
แล้วยังรู้สึกได้ว่ามันสนุกอยู่ได้อีกนานแค่ไหน
ชีวิตด้านดนตรีของผมคงใกล้ตายแล้วจริงๆ
เสียดาย หรือว่ายินดี?
เปล่าครับ ผมไม่รู้สึกอะไรกับมันซักอย่าง
ปล.ถึงผมจะตายไปจากดนตรีจริงๆ
ผมก็จะเขียน "เพลงนี้ไม่มีลืม" ต่อ
และอาจจะเขียนเรื่องใหม่ๆ ด้วย
เพราะอย่างน้อยๆ
ผมก็เคยมีความรู้สึกดีๆ ให้กับดนตรีครับ
และก็ขอให้ทุกๆ คนมีความสุขและสนุกกับดนตรีนะครับ
Subscribe to:
Posts (Atom)