ยังอยู่ที่เดิม เหมือนเมื่อหลายๆ ปีที่แล้วนั่นแหละ
แปลกจริง บันทึกถึงมันเป็นครั้งที่ 3 อารมณ์คนละอย่างเลยวู้ย
"5:58"
นี่ถ้าเป็นสมัยก่อนคงนึกว่าตื่นได้โดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาปลุก
แต่จริงๆ แล้วคือนั่งเว่นเว้อทั้งๆ ที่เป็นช่วงสอบมาตลอดคืนต่างหาก
ที่นอนไม่หลับคงเป็นเพราะช่วงนี้มีเหตุการณ์เชิงอารมณ์ต่างๆ มากมาย
ซึ่งเราคงไม่แยแสแม้แต่นิดเดียว ถ้าหากเป็นสองสามปีที่แล้วอะนะ
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองเปลี่ยนไปมากมายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
(ให้สังเกตวันต่อวันมันคงไม่เห็น แต่พอทิ้งระยะเป็นปีๆ หละรู้เลย)
ก็ขอแสดงความเสียใจกะคุณเพื่อนด้วย ที่ไปทำพังจนสาวเมินซะได้
สุดท้ายคนที่เป็น mastermind ก็ต้องกลับไปซ่อมแซมให้สินะ
แล้วก็นะ ขอทีเถอะ กล้าๆ พูดความจริงกะตัวเองอีกหน่อยได้มั้ย
อย่าลืมว่าโกหกคนทั้งโลกได้ (ขั้นเทพ!) แต่โกหกตัวเองนั้นไม่มีวัน
ในเมื่อมองทะลุปรุโปร่งแล้วว่าต้องเจ็บ ก็ถอยออกมาแต่เนิ่นๆ เลยเซ่
ไม่ต้องอ้างโน่นนี่นั่นซื้อเวลาหรอก
เพราะสุดท้ายก็เจ็บอยู่ดี!
อะไรทำให้เราเป็นคนอย่างนี้ไปได้เนี่ย???
ยอมรับตรงๆ เลยละกัน ว่าเพราะแม่เป็นหลัก
ตอนเด็กๆ ก็โกหกเก่งพอตัวอยู่ละ (ไม่งั้นก็เจอไม้เรียวไม่เว้นวัน)
พอมาเจอกับเหตุการณ์บ้าบอนั่น โกหกเก่งขึ้นอีก 10 เท่าเลย - -"
เบื่อแล้วโว้ย ไม่เอาแล้วโว้ย
อยากเลิกโกหกให้ได้ซักที
T^T
ยิ่งช่วงนี้เศร้าบ้าบอเป็นพิเศษด้วย
ยิ่งคิดมาก ยิ่งเศร้ามากกว่าเดิมอีก
โอ้ ไอ่ความสงบ สุขุม เยือกเย็นหายไปไหนหมดเนี่ย
ไม่อยากทำตัวเองให้ไร้สาระมากไปกว่านี้อีกแล้ว
เริ่มต้นตั้งแต่นี้เลย! ปั่นจักรยานออกไปหน้าหมู้บ้าน
แล้วก็ถ่ายรูปน้ำท่วมไปฝากพ่อ (ขอมาตั้งแต่เมื่อวานละ)
"9:46"
ไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าน้ำจะท่วมหมู่บ้านเราได้
ก็เหมือนกับเรื่องราวในชีวิตหละมั้ง มีเรื่องไม่คาดฝันมาตลอด
ใจนึงก็โหยหาตัวตนเดิมๆ แลดูมีความสุขกว่านี้มากมาย
แต่อีกใจนึง ก็คอยบอกตัวเองว่าชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป
ตั้งสติ แล้วก็ทำวันนี้ให้ดีที่สุดละกัน
อย่างน้อย จะได้ไม่เสียใจถ้าหันกลับมามอง!
Showing posts with label Morning Series. Show all posts
Showing posts with label Morning Series. Show all posts
Aug 3, 2011
May 18, 2009
พายุ นอนไม่หลับ กลัว
ฉันนั่งอยู่ตรงที่เดิม ที่เดียวกันกับเมื่อสองปีก่อน
แต่กลับให้ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
"22:45"
ฉันไม่สามารถข่มตาให้หลับลงไปได้
แล้วอยู่ๆ พายุฝนก็ปรากฎตัวขึ้นมา
ฉันทำได้แต่กลัว... กลัวในพลังของมัน
กลัวว่าพายุที่เกิดขึ้นคราวนี้ จะใหญ่ยิ่งกว่าทุกครั้ง
กลัวว่าฉันจะพ่ายแพ้ต่อพายุผนที่โถมกระหน่ำ
กลัวว่าพายุจะทำลายทุกอย่างที่ได้ทำไว้จนหมด
อะไรทำให้เรากลายเป็นคนอย่างนี้ไปได้นะ...
ฉันได้แต่ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันมานี้
บางครั้ง การพูดอะไรออกไป อาจทำให้คนเข้าใจผิด
แต่ทุกครั้งที่ไม่ได้พูดอะไร มันทำให้คนเข้าใจผิดยิ่งกว่า
และท่าทางว่า มันจะเป็นต้นตอของพายุครั้งนี้ด้วย
ตอนนี้ฉันมองไม่เห็นหนทาง ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี
สองสิ่งที่หวังไว้ ขอให้ฝนเบาลง เผื่อจะเห็นทางข้างหน้า
และขอให้ไม่ล้มหมอนนอนเสื่อเสี่ยก่อนที่จะได้เห็นฝนหยุด
เพราะยังไงก็ตาม ฉันยังคงเชื่อมั่นว่า
เมื่อฟายุฝนได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ท้องฟ้านั้นย่อมสดใสสวยงามเสมอ
"1:11"
ถ้าเธอยังอยากก้าวเดินไปด้วยกัน
ขอให้เธอเชื่อมั่นและไว้ใจ
ฉันพร้อมจะก้าวเดินไปกับเธอเสมอ
แต่กลับให้ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
"22:45"
ฉันไม่สามารถข่มตาให้หลับลงไปได้
แล้วอยู่ๆ พายุฝนก็ปรากฎตัวขึ้นมา
ฉันทำได้แต่กลัว... กลัวในพลังของมัน
กลัวว่าพายุที่เกิดขึ้นคราวนี้ จะใหญ่ยิ่งกว่าทุกครั้ง
กลัวว่าฉันจะพ่ายแพ้ต่อพายุผนที่โถมกระหน่ำ
กลัวว่าพายุจะทำลายทุกอย่างที่ได้ทำไว้จนหมด
อะไรทำให้เรากลายเป็นคนอย่างนี้ไปได้นะ...
ฉันได้แต่ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันมานี้
บางครั้ง การพูดอะไรออกไป อาจทำให้คนเข้าใจผิด
แต่ทุกครั้งที่ไม่ได้พูดอะไร มันทำให้คนเข้าใจผิดยิ่งกว่า
และท่าทางว่า มันจะเป็นต้นตอของพายุครั้งนี้ด้วย
ตอนนี้ฉันมองไม่เห็นหนทาง ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี
สองสิ่งที่หวังไว้ ขอให้ฝนเบาลง เผื่อจะเห็นทางข้างหน้า
และขอให้ไม่ล้มหมอนนอนเสื่อเสี่ยก่อนที่จะได้เห็นฝนหยุด
เพราะยังไงก็ตาม ฉันยังคงเชื่อมั่นว่า
เมื่อฟายุฝนได้ผ่านพ้นไปแล้ว
ท้องฟ้านั้นย่อมสดใสสวยงามเสมอ
"1:11"
ถ้าเธอยังอยากก้าวเดินไปด้วยกัน
ขอให้เธอเชื่อมั่นและไว้ใจ
ฉันพร้อมจะก้าวเดินไปกับเธอเสมอ
May 11, 2007
พายุ ตื่นเช้า อารมณ์ดี
วันนี้ตื่นเช้ามากๆ
ตื่นกี่โมงไม่รู้ แต่รู้ตัวตอนดูนาฬิกา...
"5:01"
นับเป็นสถิติตื่นเร็ว 5 อันดับแรกในชีวิตเลย อิอิ
ส่วนที่ว่าตื่นกี่โมงนั้น ไม่รู้จริงๆ
ถ้าเป็นคนทั่วไป ก็คือตื่นเวลานี้แหละ ไม่งั้นก็ลบทิ้งไม่กี่นาที
วันนี้ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียง (และโดนสาด) ด้วยน้ำฝน
(สงสัยปีนี้ไม่ได้เล่นสงกรานต์มั้ง ฟ้าเลยอยากเล่นน้ำด้วย)
คนปรกติก็คงจะตื่นมาแค่ปิดหน้าต่างแล้วไปนอนต่อ
หรือไม่งั้นก็หลับไม่รู้รื่องต่อไป... 555+
แต่วันนี้เป็นไรไม่รู้ ตื่นมาเห็นว่า เอ่อ... พายุมันสวยดีนะ
นั่งมองความงามของพายุไปนานเหมือนกัน
นั่งมองมันทั้งๆ ที่โดนฝนสาดอยู่!
อะไรทำให้เรากลายเป็นคนอย่างนี้ไปได้นะ...
ไม่ใช่แค่ฝนนะ ยังมีทั้งฟ้าร้อง ฟ้าแล๊บ ฟ้าผ่าอีก
เสียงฟ้าร้องนี่ก็ใช่ย่อย ถ้ามีสาวขวัญอ่อนอยู่ข้างๆ
มีหวัง... กระโดดเกาะไม่ปล่อยแน่ๆ ^^"
ส่วนฟ้าแล๊บ ฟ้าผ่านั้นก็สว่างพอๆ กับกลางวันเลยทีเดียว
อะไรทำให้เราเห็นว่าพายุครั้งนี้สวยงามไปได้นะ
บางครั้ง มองเห็นความงามในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น
แต่บางครั้ง กลับมองไม่เห็นความงามในสิ่งที่คนอื่นมองเห็น
ดูมันไปซักระยะ เริ่มทนไม่ไหวกับความเปียกที่ฟ้ามอบให้
ยอมจำนนปิดหน้าต่าง รับความรู้สึกจากฝั่งที่มีกระจกกั้น
มันช่างต่างกันมากมายจริงๆ
รู้แล้วว่า การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
กับการได้แค่ดูธรรมชาตินั้น มันเหมือนอยู่กันคนละโลก
หลังจากดูจากฝั่งนี้นานพอควร ก็คว้านาฬิกามาดู (ตีห้า)
จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราไม่รู้เวลาตื่นที่แน่ชัด - -"
บางที เราอาจจะนั่งชมมันเป็นชั่วโมงแล้วก็ได้
หรืออาจจะชมมันไปได้แค่นาทีเดียวก็ได้
ใครจะรู้หละ... ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปไวเสมอ
ไม่น่าเชื่อเลยว่า ธรรมชาติงดงามถึงเพียงนี้
งดงามจนเราดูเฉยๆ อย่างเดียวไม่ได้
ต้องลงไปหิ้วโน้ตบุ๊กขึ้นมาเขียนไดอารีนี้
ความทรงจำดีๆ เราก็ควรจะเก็บมันไว้ มิใช่หรือ?
ก่อนจะทันเขียนไดอารีนี้จบ พายุก็สงบลงแล้ว (ตีห้าสี่สิบ)
พอพายุสงบ ก็มีเสียงนกร้องด้วยหละ... เพราะมากๆ เลย
เขียนเสร็จ ย้อนกลับไปตรวจทาน และเพิ่มเติมรายละเอียด
เสร็จสมบูรณ์ตอน 6:02 ฟ้ากำลังสว่าง พระอาทิตย์กำลังขึ้น
เสียงนกร้องจางหายไป... เสียงไก่ขันดังขึ้นมาแทนที่
สุดท้ายนี้สิ่งที่คิดไม่ตกคือ การที่เราเขียนเรื่องอย่างนี้ได้
เพราะว่าเราดูโลกมามากพอแล้ว
หรือว่ายังไม่เคยดูโลกจนมากพอกันแน่?
ตื่นกี่โมงไม่รู้ แต่รู้ตัวตอนดูนาฬิกา...
"5:01"
นับเป็นสถิติตื่นเร็ว 5 อันดับแรกในชีวิตเลย อิอิ
ส่วนที่ว่าตื่นกี่โมงนั้น ไม่รู้จริงๆ
ถ้าเป็นคนทั่วไป ก็คือตื่นเวลานี้แหละ ไม่งั้นก็ลบทิ้งไม่กี่นาที
วันนี้ตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียง (และโดนสาด) ด้วยน้ำฝน
(สงสัยปีนี้ไม่ได้เล่นสงกรานต์มั้ง ฟ้าเลยอยากเล่นน้ำด้วย)
คนปรกติก็คงจะตื่นมาแค่ปิดหน้าต่างแล้วไปนอนต่อ
หรือไม่งั้นก็หลับไม่รู้รื่องต่อไป... 555+
แต่วันนี้เป็นไรไม่รู้ ตื่นมาเห็นว่า เอ่อ... พายุมันสวยดีนะ
นั่งมองความงามของพายุไปนานเหมือนกัน
นั่งมองมันทั้งๆ ที่โดนฝนสาดอยู่!
อะไรทำให้เรากลายเป็นคนอย่างนี้ไปได้นะ...
ไม่ใช่แค่ฝนนะ ยังมีทั้งฟ้าร้อง ฟ้าแล๊บ ฟ้าผ่าอีก
เสียงฟ้าร้องนี่ก็ใช่ย่อย ถ้ามีสาวขวัญอ่อนอยู่ข้างๆ
มีหวัง... กระโดดเกาะไม่ปล่อยแน่ๆ ^^"
ส่วนฟ้าแล๊บ ฟ้าผ่านั้นก็สว่างพอๆ กับกลางวันเลยทีเดียว
อะไรทำให้เราเห็นว่าพายุครั้งนี้สวยงามไปได้นะ
บางครั้ง มองเห็นความงามในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น
แต่บางครั้ง กลับมองไม่เห็นความงามในสิ่งที่คนอื่นมองเห็น
ดูมันไปซักระยะ เริ่มทนไม่ไหวกับความเปียกที่ฟ้ามอบให้
ยอมจำนนปิดหน้าต่าง รับความรู้สึกจากฝั่งที่มีกระจกกั้น
มันช่างต่างกันมากมายจริงๆ
รู้แล้วว่า การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
กับการได้แค่ดูธรรมชาตินั้น มันเหมือนอยู่กันคนละโลก
หลังจากดูจากฝั่งนี้นานพอควร ก็คว้านาฬิกามาดู (ตีห้า)
จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราไม่รู้เวลาตื่นที่แน่ชัด - -"
บางที เราอาจจะนั่งชมมันเป็นชั่วโมงแล้วก็ได้
หรืออาจจะชมมันไปได้แค่นาทีเดียวก็ได้
ใครจะรู้หละ... ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปไวเสมอ
ไม่น่าเชื่อเลยว่า ธรรมชาติงดงามถึงเพียงนี้
งดงามจนเราดูเฉยๆ อย่างเดียวไม่ได้
ต้องลงไปหิ้วโน้ตบุ๊กขึ้นมาเขียนไดอารีนี้
ความทรงจำดีๆ เราก็ควรจะเก็บมันไว้ มิใช่หรือ?
ก่อนจะทันเขียนไดอารีนี้จบ พายุก็สงบลงแล้ว (ตีห้าสี่สิบ)
พอพายุสงบ ก็มีเสียงนกร้องด้วยหละ... เพราะมากๆ เลย
เขียนเสร็จ ย้อนกลับไปตรวจทาน และเพิ่มเติมรายละเอียด
เสร็จสมบูรณ์ตอน 6:02 ฟ้ากำลังสว่าง พระอาทิตย์กำลังขึ้น
เสียงนกร้องจางหายไป... เสียงไก่ขันดังขึ้นมาแทนที่
สุดท้ายนี้สิ่งที่คิดไม่ตกคือ การที่เราเขียนเรื่องอย่างนี้ได้
เพราะว่าเราดูโลกมามากพอแล้ว
หรือว่ายังไม่เคยดูโลกจนมากพอกันแน่?
Subscribe to:
Posts (Atom)