Showing posts with label Review. Show all posts
Showing posts with label Review. Show all posts

Jul 23, 2014

Wolfgang Amadeus Mozart - Symphony No. 25 in G minor, K. 183



มีคำกล่าวว่า Mozart ไม่ค่อยแต่งเพลงในกุญแจไมเนอร์ ซึ่งก็จริงอยู่เพราะจาก Symphony ราว 40 บท มีเพียง 2 บทเท่านั้นที่อยู่ในกุญแจไมเนอร์

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า Mozart แต่ง Symphony ในกุญแจไมเนอร์ไม่เก่ง

เพราะหมายเลข 25 นี้เอง ที่เป็นสิ่งพิสูจน์ข้อความข้างต้นครับ

I. Allegro Con Brio (8:00 นาที)

บทเพลงเริ่มต้นท่อนแรกขึ้นมาอย่างหดหู่สิ้นหวัง ด้วยโมทีฟที่เป็นเอกลักษณ์จดจำง่าย ฟังแล้วเหมือนจะขาดใจตายยังไงยังงั้น แม้จะมีช่วงแทรกสั้นๆ ให้ดูเหมือนจะมองเห็นความหวังอยู่ไกลๆ แต่โดยรวมทั้งท่อนแล้วมันมีแต่ความพ่ายแพ้ต่อโชคชะตาจริงๆ

ในภาพยนต์เรื่อง Amadeus ซึ่งเป็นชีวประวัติของ Mozart ฉากแรกที่เปิดตัวมาด้วยภาพผู้คนจำนวนมากล้มตาย ก็ได้ท่อนนี้มาประกอบนี่แหละครับ เข้ากั๊นเข้ากัน ฟังแล้วเหมือนรอความตายยังไงหยั่งงั้นเลย

II. Andante (3:30 นาที)

มันน่าจะเป็นธรรมเนียมของการจัดวางองประกอบศิลป์ในโลกตะวันตกครับ ที่เวลาเล่าเรื่องเศร้าแล้ว มันต้องสลับกลับมาเล่าเรื่องสุข ถ้าตอนแรกเริ่มต้นด้วยความเร่งรีบ ถัดมาต้องเป็นช่วงที่เยือกเย็นผ่อนคลาย สลับสับเปลี่ยนกันไปแบบนี้

ท่อนนี้เริ่มอย่างช้าๆ เนิบนาบ ดั่งเช่นเมื่อล้มตัวลงนอนคิดถึงคืนวันหอมหวานที่ไม่หวนกลับมา แต่พอท้ายท่อนนี้ก็ส่อแววไปถึงการตั้งคำถาม ด้วยการแปรทำนองออกเป็นความเศร้าที่แฝงอยู่ เปรียบเช่นว่าการมองหวนนึกถึงแต่อดีตนี้จะดีจริงหรือ

III. Menuetto & Trio (3:30 นาที)

ท่อนนี้จัดว่าเป็นการเต้นรำก็ได้ครับ ออกจะเป็นการเต้นรำที่เริ่มมาอย่างไม่สบอารมณ์ซักหน่อย ซึ่งท่อนนี้เป็นแบบ trio หรือก็คือแบ่งเพลงออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งส่วนแรกที่เล่าแบบเซ็งๆ นี้จะกลับมาย้อนเล่าสรุปอีกทีเป็นการปิดท้าย ส่วนตรงกลางอาจนับว่าเป็นช่วงที่เริ่มมีความสุขขึ้นมาบ้างก็ได้ ทำให้ท่อนนี้ออกจะมีหลายอารมณ์ปนกันครับ

IV. Allegro (6:00 นาที)

ท่อนสุดท้ายที่เป็นการสรุปใจความทั้งหมดของเพลงที่เล่ามา จังหวะการเล่นกลับมารวดเร็วและใช้กุญแจเสียง minor ซึ่งเป็นกุญแจเสียงตั้งต้นของเพลง แต่เราก็อาจได้ยินทำนองที่ออกไปทางปิติยินดีมากขึ้น เรียกว่าสุขๆ เศร้าๆ ปนๆ กันไป เปรียบดังยอมรับได้ว่าชีวิตก็เท่านี้แหละ มีเกิดก็มีดับ ในเมื่อมันเป็นเรื่องธรรมชาติที่หนีไม่พ้นอยู่ดี แล้วจะเศร้าให้มันมากมายไปทำไม มองซะว่ามันเป็นความสุขเสียอีก ที่สุดท้ายก็ได้พักผ่อนยาวให้หายจากความเหนื่อยล้านี้เสียที

ก็เป็นเพลงแบบเศร้าๆ มืดๆ จาก Mozart ที่เจ๋งดีครับ ฟังแล้วจินตนาการเป็นอย่างอื่นไม่ค่อยออก นอกจากเห็นภาพความตายที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าจริงๆ

May 23, 2008

Ludwig van Beethoven - Piano Sonata No. 14 in C♯ minor, Op. 27, No. 2 "Moonlight"



I. Adagio sostenuto (6:00 นาที)

ท่อนที่หนึ่งอยู่ในอัตราช้าพอประมาณ และให้เล่นโน้ตยาวเกินค่าของมันเล็กน้อย การที่ท่อนแรกอยู่ในอัตราช้านั้น เป็นการฉีกแนวการแต่งเพลงโซนาตาโดยทั่วไป เพราะท่อนแรกมักจะอยู่ในจังหวะเร็วเสียส่วนมาก

และท่อนแรกนี้เอง ที่ทำให้เพลงนี้มีชื่อว่า "Moonlight" เนื่องจากกวีนามว่าเร็ลชตาบ ฟังแล้วนึกไปถึงแสงจันทร์ที่ทะเลสาบลูเซิร์น โน่น แหม... เรื่องราวมันน่าชวนฝันเสียจริงเลยครับ แต่ผมว่ามันคงเป็นฝันอันแสนเศร้านะ เพราะท่วงทำนองของเพลงนี้มันโศกเศร้าอาดูรเสียเหลือเกิน อารมณ์ประมาณคนอกหักจะขาดใจตายมองพระจันทร์ยังไงยังงั้นเลยครับ ก็น่าสงสัยว่านายเร็ลชตาบนี้เคยอกหักแล้วพร่ำเพ้อมองพระจันทร์หรืออย่างไรกัน ถึงได้บรรยายว่าเห็นแสงจันทร์ส่องออกมาซะหนิ

II. Allegretto (2:30 นาที)

ท่อนที่สองของเพลงนี้มีการเปลี่ยนบันไดเสียงเป็นดีแฟล็ตเมเจอร์ ซึ่งเป็นบันได้เสียงเอ็นฮาร์โมนิกกับบันไดเสียงซีชาร์ปเมเจอร์ ท่อนนี้อยู่ในอัตราค่อนข้างเร็วและบรรเลงต่อจากท่อนแรกโดยไม่มีการหยุดพัก

เป็นท่อนสั้นๆ ที่ฟังสบายๆ อารมณ์แตกต่างกับท่อนแรกโดยสิ้นเชิงครับ คลัายกับว่าคนอกหักคนนั้นหลับตาลงเพื่อลืมเรื่องราวร้ายๆ ที่ได้ผ่านมา แล้วฝันรำลึกถึงความหลังอันสวยงามครั้งรักยังหวานชื่น ความสดใสของท่อนนี้มีมากเสียจนลิสต์เปรียบเปรยว่ากำลังเดินเล่นอยู่ในสวนดอกไม้เชียวครับ

III. Presto agitato (7:00 นาที)

ท่อนสุดท้ายกลับมาอยู่ในบันไดเสียงซีชาร์ปไมเนอร์ตามแบบแผนปรกติ อยู่ในอัตราเร็วมากและเร่าร้อน เนื้อหาของท่อนนี้มีมากกว่าท่อนอื่นๆ

พอเข้าท่อนสุดท้าย อารมณ์ของเพลงก็พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ เหมือนกับคนที่โกรธเป็นผืนเป็นไฟเพราะผิดหวังในความรัก หลังจากรู้แน่ชัดแล้วว่ายังไงรักนี้ก็ไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก ก็อาละวาดทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า (อันว่าความรักนี้บรรดาลให้คนทำได้ทุกอย่างจริงๆ) หลังจากอาละวาดจนหมดแรงแล้ว ก็ขอลาจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีสิ่งใดๆ ค้างคาใจอีก